[Fiction] I’m falling in love with you
[RyoxUeda]
[Author] Hayase-Haya
Part XI [Fin]
วันนี้ก็เป็นอีกวันที่บรรยกาศไม่ดีนักทั้งสำหรับเพื่อนในกลุ่มและห้องเรียน เพราะเรียวยังเมินใส่ร่างบาง และร่างบางเองก็พยายามหลบหน้าเรียวตลอดช่วงพัก ถึงขนาดยอมแยกตัวไปทานข้าวกลางวันคนเดียว นั่นน่ะมันสร้างความอึดอัดให้ จิน ยามะพี ยู และเจ้าตัวเล็กมากแค่ไหน!!!!!
“ถามจริงๆเหอะเรียว...แกจะเอาไงแน่? ห๊ะ...จะแบนทัตจังออกจากกลุ่มเลยไหม?”จินยังคงโมโหกับการกระทำไร้เหตุผลของเรียว หารู้ไม่รู้ เพราะไอ้คำพูดพวกนั้นแหละที่มันค่อยๆสร้างทิฐิให้เรียว
“เออ...ถ้าเขาไม่อยากจะมา ก็ไม่ต้องมา..”เรียวตอบด้วยน้ำเสียงเอาเรื่องเช่นเดียวกับจิน ท่าทางชักจะเริ่มไม่ดีอีกครั้งเมื่อจินทำท่าจะลุกไปต่อย ซึ่งเรียวเองก็เตรียมพร้อมเต็มที่เช่นกัน หากจะมีเรื่องกันก็มีมันซะนี่แหละ...
“อย่าน่าจินไม่เอานะ...เรียวจังก็พอกันนั่นล่ะ ทัตจังไปทำอะไรให้?”คราวนี้เป็นเจ้าตัวเล็กของจินที่ออกหน้ามาบ้างหลังจากที่รู้เรื่องทั้งหมดจากจิน....ยอมรับว่าครั้งนี้ก็ไม่เข้าข้างเรียวเลยสักนิด
“อย่างนายจะไปรู้อะไรเล่า!!!!”ใช่ ใครจะไปรู้อะไร ไม่ลองมาเป็นเค้าดูมั่งล่ะ? พอคิดแบบนั้นอารมณ์โกรธก็ปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรง ตอนนี้เรียวพร้อมจะระเบิดทันทีที่มีคนมากระตุ้น
“ใช่ ชั้นไม่รู้ แต่ชั้นรู้อย่างหนึ่งนะเรียว ว่าทัตจังน่ะ ต้องเสียใจมากๆเพราะเรียวทั้งนั้น!!!!!!!!!”มาแล้วไอ้คำพูดกระตุ้น....
เสียใจเพราะเค้าคนเดียว...หึแล้วที่ตัวเองแทบบ้าอยู่ทุกวันนี้ไม่ใช่เพราะร่างบางคนนั้นเหรอ
“พอกันที มันจะมากไปแล้วนะ คาเมนาชิ!!!!!!!!!!!”เรียวลุกขึ้นทำท่าจะเข้าไปต่อยร่างเล็ก แต่จินเองก็สุดจะทนแล้วเหมือนกัน คาเมะเพียงแค่จะช่วยแต่เรียวกลับทำแบบนี้ พอกันที เส้นฟางเส้นสุดท้ายขาดผึ่ง เมื่อจินเองที่เป็นฝ่ายกระโดดเข้าไปต่อยหน้าเรียว โดยที่อีกฝ่ายไม่ทันได้ระวังตัว เพราะเป้าหมายอยู่ที่คาเมะ
ไม่มีใครขยับเขยื้อน ทุกคนตกอยู่ในความตกใจและสับสน ไม่นึกว่าจินจะเป็นคนที่ลุกขึ้นมาต่อยเรียว ยามะพีได้สติก่อนยูนิดหน่อยรีบวิ่งเข้าไปล็อคจิน ที่กำลังจะเข้าไปซ้ำเรียว ส่วนยูที่ได้สติตามๆกัน ก็วิ่งเข้าไปล็อคเรียว สองคู่ปล้ำกันอยู่นานกว่าจะยอมสงบลง....
ไม่มีใครพูดอะไรอีก นอกจากจินที่เดินหนีออกไป โดยมีคาเมะวิ่งตาม ส่วนเรียวก็เดินสวนไปอีกทางหนึ่ง แต่กลับไม่มีใครตามเรียวไป....หากในเวลานี้ร่างบางอยู่ข้างๆล่ะก็....เรียวคงไม่ต้องเดินหันหลังไปคนเดียวแบบนี้หรอก.....คงจะมีใครคนหนึ่งที่วิ่งตามไปคอยประคบประงมแผลทันทีเลยล่ะ.....
แต่ตอนนี้มีเพียงเรียวคนเดียวที่เดินไปพร้อมรอยฟกช้ำที่มุมปาก....ทุเรศตัวเองสิ้นดี....
คาบเรียนภาคบ่ายเริ่มต้นขึ้นแล้ว...ตอนนี้อย่าให้เรียวกับจินเข้าใกล้กันเป็นดีที่สุด ยามะพีจึงตัดสินใจมานั่งขั้นไว้ อีกคนกลายเป็น ยูกับยามะพีนั่งขึ้นกลางระกว่างเรียวกับยู โดยมีที่ว่างขั้นไว้อีกที่หนึ่ง ที่ของคนที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เรียวถูกเพื่อนทั้งกลุ่ม โกรธ....
ร่างบางเข้ามาในห้องแล้ว...ก็ตรงเข้าไปนั่งที่ โดยพยายามหลักเลี่ยงการมองหน้าเรียวให้มากที่สุด...แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้..สายตาพลันไปเห็นรอยช้ำที่มุมปาก...เรียว? เกิดอะไรขึ้น
ร่างบางรีบโน้มตัวไปทางเรียวทันที มือบางพยายามจะเอื้อมไปแตะที่มุมปากช้ำนั่น
“เรียว เกิดอะไรขึ้น เจ็บไหม...”มือบางกำลังจะแตะที่มุมปากนั่น แต่กับถูกมือของเรียวรวบไว้ซะก่อน
“อย่ามายุ่งกับชั้น” พูดด้วยน้ำเสียงเหมือนตอนเจอกันครั้งแรกไม่มีผิด...หน่วยตาร้อนผ่าวทันที...ทั้งเจ็บทั้งกลัว
เรียวเปลี่ยนไปแล้วจริงๆเหรอ?....
เรียวเห็นน้ำตาที่คลอในหน่วยตานั้น ความรู้สึกสับสนตีกลับขึ้นมาให้จุกในอก....บีบมือบางแรงขึ้น เพราะอึดอัดก่อนจะใช้เท้าถีบ ทั้งโต๊ะและเก้าอี้ของร่างบางล้มระเนระนาด....แม้จะนั่งอยู่แต่ขาของเรียวก็สามารถถีบโต๊ะที่อยู่ข้างๆได้สบายๆ...
ไม่มีใครกล้าพูดอะไร เพื่อนคนอื่นที่ดูเหตุการณ์อยู่ต่างพากันพูดไม่ออก....แต่ใครจะรู้ว่า ใจของร่างบางตอนนี้...เจ็บมากเพียงใด...
สุดท้ายพอมีเพื่อนคนสำคัญก็ถูกเกลียด
ทำไมล่ะเรียว....ทำไมไม่ฟังชั้นบ้าง
...ชั้นน่ะนะห่วงเรียวที่สุดเลยนะ....
ห่วง...ห่วงมากจนไม่รู้ว่าตัวเองบ้าไปแล้วหรือป่าวเรียว...
ชั้นรู้ตัวมาตั้งแต่ วันที่ขโมยจูบเรียวแล้วล่ะ...ว่าชั้นรู้สึกยังไง
แต่หากเรียวผลักไสกันแบบนี้....ชั้นก็เจ็บจนลุกขึ้นไม่ไหวเหมือนกันนะ....
เรียว...
มือเรียวคลายออกแล้ว..ร่างบางเมื่อถูกปล่อยมือ...สองมือก็ร่วงลงสู่อากาศราวกับเป็นตุ๊กตา ใบหน้าไม่อาจบอกได้ว่ามีน้ำตาหรือไม่เพราะร่างบางก้มมันไหว..รู้ว่าถ้าก้มน้ำตาจะไหล...แต่ถ้าไม่ก้ม เรียวก็จะเห็น....
ไม่มีแม้แต่การตัดพ้อ หรือคำพูดขอโทษที่เรียวมักจะได้ยิน...
ร่างบางหันกลับไปยกโต๊ะและเก้าอี้ขึ้นตามเดิม ก่อนจะค่อยๆทรุดตัวลงนั่ง...ไม่มีใครรู้ว่าตอนนี้ร่างบางกำลังรู้สึกยังไง...ร้องไห้รึเปล่า แต่ที่รู้คือ...หลังจากตอนนั้น ก็ไม่มีเสียงพูดคุยจากกลุ่มเด็กหัวโจกท้ายห้องอีกตลอดทั้งการเรียนภาคบ่าย....
.
.
.
.
.
เย็นวันนั้น เรียวเดินกลับบ้านเพียงคนเดียว...ตลอดทางเดินกลับ บอกไม่ถูกว่าความรู้สึกที่ก่อตัวขึ้นนี้มันคืออะไร แต่ที่รู้คือตอนนี้...กำลังคิดถึงอย่างสุดหัวใจ...คิดถึงร่างบางที่มักจะคอยเดินข้างๆ ถามถึงแผลบ้างล่ะ ชวนคุยบ้างล่ะ แต่ไม่น่ารำคาญ...เพราะร่างบางไม่เคยเซ้าซี้ให้เรียวหงุดหงิด เพราะเขารู้ดีต่างหากล่ะ ว่าควรจะทำตัวยังไงให้เรียวไม่รำคาญ...
เมื่อตอนกลางวันยอมรับว่าทำไปเพราะทิฐิ...เพราะจินมองอยู่...จริงๆแล้วอยากตอบไปเหลือเกินว่า ‘เจ็บสิ’ แต่ก็ตอบไม่ได้..
เพราะแค่ทิฐิ...อยากจะบอกเหลือเกินว่าชั้นอยากคุยกับนายมากแค่ไหน....แต่ดูท่า นายคงจะกลัวไม่กล้าเข้ามา...ทั้งๆที่ชั้นรู้ว่านายจะต้องกลับมาเหมือนทุกครั้ง...มาพูดว่าขอโทษชั้นเหมือนทุกที...แต่ทำไมครั้งนี้นายกลับไม่ทำ....นายหายไปไหนกันนะ....
วันนี้เป็นครั้งแรกที่ร่างบางโทรศัพท์ให้คนที่บ้านมารับ เพราะไม่อยากเดินกลับเอง ซึ่งไม่นานรถก็มาจอดรับที่หน้าโรงเรียนแล้วเคลื่อนตัวออกไปทันที....ตลอดทางกลับบ้าน สายตาไม่ได้จับจ้องที่จุดใด แต่กลับไร้ประกายอย่างเช่นทุกที ดวงตาเศร้าหมอง..เส้นผมสีดำขลับแนบพิงกับกระจก....
รถกำลังเคลื่อนผ่านสามแยก เรียวที่กำลังจะเลี้ยวไปเส้นทางของบ้านตัวเองชะงักทันที..
ที่พิงอยู่กับกระจกรถคันนั้นไม่ผิดแน่...ทัตซึยะ...ถึงกับไม่อยากเดินกลับบ้านเลยเหรอ?...
ท่าทาง...จะเป็นเราที่บ้าไปฝ่ายเดียวสินะ.....บ้าไปที่คิดว่า “ชั้นขาดนายไม่ได้” ประโยคนั้นราวกลับกระซิบกับอากาศ เพราะมันเบาซะจนคนที่พูดก็ไม่แน่ใจว่าตัวเองพูดออกไปรึเปล่า....
ทัตซึยะ...พรุ่งนี้จะทันไหม?
รถเลี้ยงเข้าบ้านแล้ว ร่างบางรอให้คนมาเปิดประตูรถอย่างเช่นทุกทีก่อนจะก้าวเท้าลงไป...
“ทัตจัง!!!!!!!!!!!!!!!!!!กลับมาแล้วเหรอลูก”เสียงคุ้นเคยดังขึ้นมาจากทางหน้าบ้าน ร่างบางเงยหน้าขึ้นมอง เสียงแบบนี้เป็นใครไปไม่ได้นอกจาก
“แม่!!!” ร่างของหญิงวัยกลางคนแต่ยังดูสวยสง่า วิ่งมากอดลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของตนอย่างรักใคร่...ร่างบางเองก็กอดตอบเช่นกัน
“กลับมาเมื่อไหร่ครับเนี่ย”กอดถูกคลายออกแล้ว เปิดโอกาสให้ได้ถามไถ่กัน มารดาของร่างบางยิ้มอย่างอารมณ์ดี
“เมื่อกี้เองจ๊ะ รอทัตจังแหละลูก...ว่าแต่ย้อมผมแล้วเหรอ...แม่ว่าสีทองก็สวยดีอยู่แล้วนี่?”ว่าพลางก็จับผมลูกตัวเองดูไปพลาง อันที่จริงที่ทำสีทองน่ะ ก็เพราะคุณแม่นั่นแหละ จับย้อมมาตั้งแต่เด็กๆ เพราะลูกผิดขาวเลยอยากให้ดูเด่นๆ แต่ไหงลูกชายกลับหนีไปย้อมสีดำทมึนแบบนั้น
“ก็...อยากลองเปลี่ยนดูน่ะฮะ”ร่างบางกระอ้อมกระแอ้มตอบไป ในเมื่อลูกชายว่างั้น ผู้เป็นแม่ก็ไม่อยากขัดใจ ลูบผมลูกชายเล่นไป ก่อนจะนึกขึ้นได้
“เออใช่ คุณพ่ออยากเจอแหน่ะ...เห็นว่ามีเรื่องสำคัญจะพูดด้วย”...
“เรื่อสำคัญ?” ร่างบางถามอย่างสงสัย ใจเต้นรัว ราวกับจะเป็นอะไรซักอย่างที่บอกว่า ไม่ดีแน่
“จร่ะ เข้าบ้านก่อนนะ”ผู้เป็นแม่จูงมอลูกชายเข้าบ้านไป
อาจจะถึงเวลาแล้วก็ได้....มันมักจะเป็นแบบนี้เสมอแหละ...
แต่ว่า...สุดท้ายคงไม่ได้บอกลากันสินะ...
ดีแล้วล่ะ....ไม่อย่างงั้น ...คงจะเจ็บปวดมากกว่านี้...
.
.
.
.
ร่างบางเก็บกระเป๋านักเรียนเสร็จแล้ว ก็ตรงไปยังห้องทำงานของผู้เป็นพ่อทันที พ่อมักจะชอบนั่งอยู่ในนี้เสมอ...เพราะไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน คุณพ่อก็มักจะมีงานรุมตลอด....
ก็อกๆๆ
เสียงเคาะเบาๆที่ประตู ดังขึ้นเพียง 2-3 ที ก่อนร่างบางจะค่อยๆเปิดประตูเข้าไป ตรงไปยังโซฟาทางด้านหน้า ซึ่งบิดาของตนกำลังนั่งรออยู่ตรงนั้น
“ทัตซึยะมาแล้วเหรอ?” เสียงบิดาดังขึ้นทั้งๆที่ร่างบางยังไม่ทันได้ ส่งเสียงอะไรออกไป
“พ่อมีเรื่องอะไรจะคุยกับผมฮะ”ร่างบางตอนนี้มานั่งที่โซฟาฝั่งตรงข้ามแล้ว ไม่ได้จ้องหน้าบิดากลับไป แต่ก้มหน้านิ่ง...บางอย่างในใจกำลังร่ำร้อง...
“ก็...นะ...เหมือนเดิม...พ่อกับแม่ต้องไปดูงานที่สาขาต่างประเทศ”เสียงบิดายังคงนิ่ง คงความเรียบเฉยไว้ได้ แต่คำว่า”เหมือนเดิม”นี่...ทำให้ปีศาจที่กำลังร่ำน้องอยู่ในใจ เริ่มจะ ส่งผลหนักเข้าแล้วล่ะ
“แต่ครั้งนี้ คงไปนานหน่อย”
“นานแค่ไหนครับ”น้ำเสียงของร่างบางไม่ดีเลย....สั่นคลอน แต่หวั่นเกรง กับความจริงที่กำลังใกล้เข้ามา..
“8 ปี”
“!!!!!”ร่างบางไม่ได้พูดอะไร...ดวงตาเบิกโพลง...8ปี...
“เพราะงั้น...ครั้งนี้ อาจจะต้อง..พาลูกไปด้วย...ถ้ายังไง..”บิดายังไม่ทันจะพูดจบ...
“งั้นเหรอฮะ....จะให้ผม...ไปทำเรื่องลาออกเลยไหม?”ร่างบางก้มหน้า...น้ำตาไม่ได้ไหล แต่ในใจกำลังร้องไห้...รู้อยู่แล้ว
ทำใจไว้แล้ว แต่พอมาเจอเข้าจริง...กลับทนไม่ได้...
“ทัตซึยะ...แต่ถ้าลูกไม่อยาก...”บิดายังไม่ทันจะพูดจบ
“ไม่เป็นไรฮะ....ถ้าเกิดรีบล่ะ ก็...ผมจะไปทำเรื่องพรุ่งนี้เลยแล้วกัน”
“ยังไม่ต้องรีบหรอก....พ่อให้เวลาลูกคิด 1 วันนะ...ถ้าเกิดตัดสินใจได้แล้ววันมะรืน ค่อยว่ากัน”พูดจบร่างบางก็เดินออกไปทันที...น้ำตากำลังจะไหล...
มีอะไรให้ต้องคิดทบทวนบ้างนะ...
เรียว....ไม่อยากเห็นหน้าเราแล้ว...ไปก็ดีเหมือนกันนะ
เพื่อนๆ ทั้งกลุ่ม คาเมะ ยามาชิตะคุง ชิโรตะคุง อคานิชิคุง....ทุกคนจะโกรธเราไหม?
แต่ว่า....ถึงเราไม่อยู่ก็คงไม่มีอะไรเปลี่ยนไป อาจจะดีก็ได้..เรียวจะได้กลับไปเป็นเหมือนเดิมกับเพื่อนๆ...
ไม่มีเหตุผลที่พอจะเหนี่ยวรั้งเลย.....เรียว...ถ้านี่เป็นการทำเพื่อนาย ครั้งนี้ชั้นจะไป....เพื่อนายนะเรียว
ถึงแม้ว่าชั้นน่ะ...เจ็บมากแค่ไหน แต่อยากให้รู้....ชั้นทำไป เพื่อเรียวคนเดียวนะ....เรียว...
วันถัดมา ร่างบางไม่ได้มาโรงเรียน สร้างความแปลกใจให้กับเพื่อนๆมาก แต่ไม่เลยสำหรับเรียว...คงแค่อยากจะหนีหน้าเท่านั้นแหละ....ไม่อยากเดินมาด้วยกัน ไม่อยากกลับด้วยกัน....
หึ...สุดท้าย นายก็แค่คนน่ารำคาญจริงๆสินะ......
.
.
.
.
ตลอดคาบเรียนช่วงเช้า ผ่านไปอย่างราบลื่นไม่มีเสียงเอะอะ ไม่มีการทะเลาะกัน ไม่มีเสียงรบกวน ทั้งห้องกลับรู้สึกว่า...มันเงียบผิดปกติเกินไป....ขาดอะไรไปรึเปล่า
“นี่จิน...วันนี้ทำไมทัตจังไม่มาล่ะ”คาเมะถามออกไป พักเที่ยงวันนี้ กลุ่มหัวโจกไม่ได้ลงไปทานข้าว แน่นอนว่าเรียวด้วย...
“อืม...ไม่สบายล่ะมั้ง..”จินเองก็ไม่สบายใจนัก....แบบนี้ยอมรับว่าไม่ชอบเลย...
“เอาไงดี?”จู่ๆ ชิโรตะก็พูดขึ้น ทุกคนมองอย่างไม่เข้าใจ ก่อนที่ยูจะเพยิดหน้าไปทางเรียว...
“เหอะ...ช่างหัวมันดิ”จินพูดอย่างหมั่นไส้...ใช่ เรียวไม่ได้มานั่งรวมกลุ่มด้วย กลับแยกตัวไปนั่งคนเดียว...หยิ่งแบบนี้แหละ..
“น่าเบื่อ...อยากกินหมูทอด”จู่ๆ ยามะพีก็พูดขึ้นมา จงใจให้ไปกระทบใครบางคน จินกับคาเมะนึกสนุกเลยเข้าร่วมด้วย
“อยากดินแฮมเบอร์เกอร์จังน้า” คาเมะแกล้งพูดเสียงดัง เน้นหนักคำว่า แฮมเบอร์เกอร์ แต่ท่าทีของเรียวก็ยังเฉยเมย จินเลยลองเอากะเค้าบ้าง
“เฮ้อ...นั่นสิ...ถ้าตอนนี้ ทัตจังยังอยู่ พวกเราคงได้กินล่าน้า”จงใจเน้นทุกคำ เรียว ยังคงนิ่ง..ทั้งๆที่ ในใจนั้น กลับรู้สึกไปต่างๆนาๆ
“แย่แล้วพวกนาย!!!!!!!!!!!!!!!!!!!” จู่ๆประตูห้องเรียนก็เปิดออก เพื่อนคนที่เรียวเคยถีบโต๊ะล้ม วิ่งหน้าตาตื่นมา
“อะไร..”จินถามกลับไป ไม่ชอบใจนักที่ถูกกวนเวลาพัก
“อุเอดะ ยื่นใบลาออก ชั้นเห็นเมื่อกี้ ที่ห้องพักอาจารย์”
โครม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
เสียงเก้าอี้กระทบกับพื้น เรียวลุกขึ้นทันที ใบหน้าตกใจสุดขีด ก่อนที่จะมีใครพูดอะไรอีก..เรียววิ่งออกไปแล้ว....
“เฮ้ย เรียว!!!!!!!!!!!!ยามะพีทำท่าจะตามไป ก็ต้องหยุดเพราะจินรั้งไว้ก่อน
“ปล่อยมันไปเหอะ...ปัญหานี้ มันต้องจัดการเอง”จินปล่อยมือจากยามะพี ซึ่งยามะพีเองก็พยักหน้าเข้าใจ
เรียววิ่งออกจากโรงเรียนไปแล้ว...ปลายทางไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเรียวกำลังวิ่งไปที่ไหน
ทำไมทำแบบนี้.....
แบบนี้น่ะมันเกินไปแล้วนะ
นายทำแบบนี้ทำไม?
จะทำให้ชั้นอกแตกตายหรือไง ทัตซึยะ?
นาย...คิดอะไรอยู่
ไม่เอาแบบนี้นะ...
ชั้นจะ ตะโกนใส่นายนะ
ทัตซึยะ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
เรียววิ่งไป ไม่รู้ว่าเหนื่อยรึเปล่าตอนนี้ราวกับความรู้สึกไม่ทำงาน สองเท้าวิ่งไปไม่คิดชีวิต ก่อนจะเลี้ยงอย่างมั่นใจไปที่ทางสามแยก.....
รถคันใหญ่กำลัง เตรียมออกตัว เรียววิ่งมาถึงแล้ว แต่ก็ดูเหมือนยังช้าไป ร่างบางนั่งอยู่ท้ายรถ...เรียวเห็น เรือนผมสีดำ...สีที่ชั้นเคยบอกว่ามันเข้ากับนายดี.....กำลังเคลื่อนตัวจากไป
“ทัตซึยะ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”
“ทัตซึย๊า!!!!!!”เสียงตะโกนของเรียวดูเหมือนจะไม่มีผล....เมื่อรถคันใหญ่ยังคงเคลื่อนไปข้างหน้า....
“อย่านะ...ทัตซึยะ...ทัตซึยะ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”เรียวหยุดวิ่งแล้ว
และดูเหมือนรถก็หยุดลงเช่นกัน...
หมดแรงแล้ว...ชั้นวิ่งไปข้างหน้าไม่ไหวแล้วทัตซึยะ...สายไปไหม....ทัตซึยะ...ลงมาเถอะ
ประตูเปิดออกร่างบางก้างลงมาจากรถ หันมาทางต้นเสียง...ใบหน้าหวานตกใจสุดขีดเมื่อเห็นเรียว...กำลังจะวิ่งไปหา...แต่สองเท้าต้องชะงักเมื่อนึกถึงคำพูดสุดท้ายของเรียว....เรียวไม่ต้องการ....กลั้นใจหันหลังกลับขึ้นรถ....
เพื่อเรียว...ต้องรีบออกไปจากตรงนี้....แล้วเรียวจะได้...ไม่หงุดหงิดอะไรอีก....
“อย่า...อย่าขึ้นไปนะ...”เรียวหอบหนักเกินกว่าจะต่อประโยคได้ และเหนื่อยเกินกว่าจะตะโกน...
“แฮ่กๆ...น..นาย..อ..อย่าขึ้นไปนะ..”ร่างบางมองเรียวราวกลับ ไม่เชื่อคำพูดของเรียว..ทำไมล่ะเรียว...เรียวต้องการอะไรอีก?
“น..นาย..จะหนีชั้นไปไม่ได้นะ..”สายตาที่ร่างบางมองมานั้นช่างเจ็บปวด...ใช่แววตาสวยคู่นั้นกำลังตัดพ้อเรียว...
“ช...ชั้น...”เรียวยังคงก้มหน้าหอบอยู่...
“คุณหนูครับ ได้เวลาแล้ว เดี๋ยวจะไม่ทันเอานะครับ”คนขับรถลงมาเตือนร่างบาง ซึ่งร่างบางก็พยักหน้าเข้าใจ ร่างบางกำลังหันกลับขึ้นไปบนรถอีกครั้ง
เป็นครั้งแรกที่เรียวรู้แล้วว่า ร่างบางต้องขอโทษเรียวความรู้สึกแบบไหน
การขาดใครไม่ได้สักคนมันทรมานแบบนี้เอง
“อ..อย่าไปเลยนะ”เรียวรวบรวมกำลังเฮือกสุดท้ายตะโกนออกไป...ร่างบางชะงัก แต่ไม่ได้หันกลับมามอง...
ตัดสินใจไปแล้ว...
ไม่ว่าอะไร ก็ต้องเข้มแข็ง....
“ทัตซึยะ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”
ร่างบางกำลังจะเข้าไปข้างในแล้ว...ไม่มีเวลาแล้วล่ะ...
ทิฐิทั้งหมดที่เคยสร้างไว้
สิ่งที่เรียวหลีกเลี่ยงมาตลอด...
ถึงเวลา ยอมแล้วล่ะเรียว..
“ชั้นขาดนายไม่ได้นะ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”คำสุดท้ายเรียวตะโกนไปสุดเสียง ก่อนที่ก้มแทบยืนไม่ไหวแล้ว
ร่างบางชะงักไปทันที ใบหน้าสวยหันกลับมามอง....
ไม่มีคำพูดใดใดอีกแล้ว ไม่ต้องสร้างกำแพงอีกแล้ว...สองเท้าพาตัวเองวิ่งไปหาอีกคน...
อีกคนที่มารั้งเค้าไว้....
ร่างของเรียวแทบจะล้มลงไปเมื่อร่างบางโถมเข้าก่อนเรียวพร้อมน้ำตาจำนวนมากมายมหาศาลที่เรียวก็ไม่อาจได้เห็นเมื่อใบหน้าหวาน ซบลงที่ไหล่ลาดนั่น...
“เจ้าบ้าเอ้ย”...สองแขนของเรียวยกขึ้นโอบร่างบางไป...เกือบแล้วไหมล่ะ...เรียว เกือบสูญเสียคนสำคัญของนายไปแล้ว...
.
.
.
ต่อไปนี้ ชั้นสัญญา...ว่าจะจับมือของนายไว้
สัญญาว่าจะไม่ปล่อยมันอีกแล้ว
ชั้นรู้แล้วล่ะ...รู้แล้ว...นายน่ะสำคัญขนาดไหน...
นายทำลายมันแล้ว ทั้งทิฐิและศักดิ์ศรีของชั้น....ตอนนี้ชั้นจะตามใจหัวใจของชั้น
.
ชั้นตกหลุมรักนายเข้าให้แล้ว ทัตซึยะ...
ชั้นรักนาย...Fin…
จากใจของ ฮายะ
จบเเล้วววว กับฟิคเรื่องนี้ ดีใจมากเลยค่ะ บล็อกเก็บฟิคน้อยๆ ของเราฮ่ะๆๆๆ
สำหรับเรื่องราวของหนุ่มขาดเเคลเซียมอย่างเรียวคุง ยังไม่จบนะคะ
ภาคต่อของฟิคเรื่องนี้ ใช้ชื่อว่า Only you เป็นตอนที่ ทั้งหมดขึ้นม.ปลายกัน
ยังไงก็ ขอบคุณที่ติดตามมาถึงตรงนี้นะคะ