[[Fiction::Wana be yours::Part 3]]
posted on 03 Nov 2010 04:23 by uedafiction in KokixTatsuya
[SHFIC] Wana be yours
[Koki x Ueda]
Author Hayase-Haya
Part 3
คำพูดของไอ้ยู ทำให้ผมนอยด์ไปเลย แต่ถึงยังงั้น ผมก็ยังมาหารุ่นพี่ของผม ถึงแม้ว่า ผมจะเจ็บที่ต้องเห็นหน้ารุ่นพี่ก็เถอะ แต่คนอย่าง ทานากะ โคคิ ไม่เคยผิดสัญญา
“อ๊ะ ทานากะคุง “ รุ่นพี่เงยหน้าทักผม ถ้าเป็นเมื่อวานผมคงได้เพ้อตัวลอย แต่วันนี้ผมไม่มีอารมณ์....เลยยิ้มตอบรุ่นเค้าไปเฉยๆแล้วก็ อัญเชิญตัวเองนั่งลงข้างๆเค้าแทน
“ทานากะคุง ดูไม่ร่าเริงเลย มีอะไรรึเปล่า?” รุ่นพี่เค้าหันมาถามผมครับ จะให้ผมตอบยังไงดี? บอกเค้าว่า ผมเสียใจที่รุ่นพี่ชอบอคานิชิ ทั้งๆที่ผมแอบชอบรุ่นพี่งั้นเหรอ ท่าจะบ้านะครับ?
“ไม่มีอะไรหรอกครับ ฮ่าๆๆๆๆ ว่าแต่วันนี้รุ่นพี่อยากดื่มกาแฟไหมครับ? เดี๋ยวผมจะไปซื้อให้ อ๊ะเอารสเดิมนะครับ ผมไปล่ะ เดี๋ยวมาครับ” ถามเองตอบเองเสร็จสรรพ โมเมว่า รุ่นพี่อยากดื่ม แล้วก็ชิ่งมา ผมยอมรับว่าผมทำใจไม่ได้ครับ ผมไม่อยากให้รุ่นพี่ไปชอบไอ้อคานิชิเลยให้ตายสิ... ผมวิ่งมาจนถึงตู้กดน้ำแล้วล่ะ เครียดกับตัวเองจริงผม
ผมนั่งยองๆ ลงที่หน้าตู้ กุมขมับกับตัวเอง ผมยอมรับว่ายังไม่อยากกลับไปเห็นหน้ารุ่นพี่เลยตอนนี้ เฮ้อออ ไอ้คิเจ็บปวด...แต่เพราะผมไม่อยากให้รุ่นพี่รอนาน รุ่นพี่อาจจะคอแห้ง ผมเลยตัดสินใจ กดกาแฟของรุ่นพี่กับผมมา คนละกระป๋องก่อนจะ เดินคอตกกลับไปหาเค้า ปกติผมคงต้องวิ่งไปแล้วล่ะ แต่ครั้งนี้ ไม่ไหวล่ะ เดินแล้วกัน
ผมเดินกลับมาที่เดิมครับ แล้วก็เห็นรุ่นพี่นั่งอยู่เหมือนเดิม...ซะเมื่อไหร่ อคานิชิครับ มากับคนที่ชื่อ คาเมนาชิ กำลังคุยกับรุ่นพี่ ผมเลือกที่จะยืนอยู่ห่างๆ ไม่กล้าเข้าไปขัดจังหวะ....อคานิชิมันคุยๆๆๆๆ กับรุ่นพี่อยู่แปปแล้วมันก็เดินไปกับ คาเมนาชิแล้วครับ ผมถึงเดินเข้าไป ตอนนี้ห่อเหี่ยวเกินกว่าจะชวนคุย ผมจึงเลือกที่จะนั่งข้างๆก่อนจะส่งกระป๋องกาแฟให้พี่รุ่น
“นี่ครับ” รุ่นพี่รับไปก็ไม่ได้พูดอะไรนอกจากเปิดดื่มเลย ดูท่าคงจะมีเรื่องกลุ้มใจ ผมก็มีครับ แต่ยังไงซะ สำหรับผม การมานั่งมองคนที่ตัวเองรักกลุ้มใจโดยที่เราไม่สนใจมันเป็นไปไม่ได้ ลูกผู้ชายอย่างไอ้คิ ไม่เลวแบบนั้นครับ
“รุ่นพี่ มีเรื่องอะไรไม่สบายใจรึเปล่า?” ผมถามออกไป ดูเหมือนรุ่นพี่จะ สงสัยว่าผมรู้ได้ไง....เหอะๆ คนมันดูกันมานาน แค่นี้ไม่รู้ก็เอาหินถ่วงน้ำตายได้แล้วครับ
“ฮะๆๆๆๆ ก็ไม่หนิ? ทานากะคุงต่างหากมีอะไรรึเปล่า?” รุ่นพี่แสร้งหัวเราะ ตอบผมกลับ ให้มันได้งี้สิ เรื่องกลุ้มใจของผมน่ะ มันมีแต่เรื่องรุ่นพี่ทั้งนั้นแหละครับ
“รุ่นพี่ครับ ผมรู้ว่ารุ่นพี่รู้สึกยังไง แต่ว่า ทำไมรุ่นพี่ถึงไม่ยอมเดินหน้าดูล่ะครับ บางทีอคานิชิเค้าอาจจะชอบรุ่นพี่บ้างก็ได้” ผมพูดไปแล้ว ไอ้คิ แกนะแก คิดทำตัวเป็นพระเอก คิดได้ไงพูดอะไรออกไปเนี่ยยยยยยยยยยย เกิดรุ่นพี่รู้ว่าเราแอบสืบข้อมูลเค้าอยู่ เค้าต้องโกรธแน่เลยยยยยยย
แต่ผิดคาดครับ เมื่อมันไม่เป็นแบบนั้น รุ่นพี่จ้องหน้าผมนิ่งเลยครับ นิ่งซะจนผมเองที่เริ่ม จะสั่นแล้ว แล้วไอ้ที่ผมคิดไม่ถึง ก็เกิดขึ้นครับ น้ำตาครับน้ำตา น้ำตารุ่นพี่ร่วง ผล็อยลงมาเลย
“ร..ร..รุ่นพี่ ... อ่า คือว่า..ผ..ผมขอโทษ..อ่า ผมนี่ปากเสีย จริงๆ...ขอโทษนะครับ อ..อย่า...อย่างร้องเลยนะครับ” ผมลนครับ ลนมากเลย ผมทำรุ่นพี่ร้องไห้แล้ว ไม่นะๆๆๆๆไอ้คิ แกสมควรต๊ายยยยยยยยยยยยยยยย
“...ข..ขอโทษนะ ทานากะคุง....ช..ชั้น...”รุ่นพี่เค้ารีบเอามือสวยๆของเค้า ปาดน้ำตาใหญ่เลยครับ เห็นแล้วผมรู้สึกผิดจริงๆ ผมไม่น่าพูดไปเลยให้ตาย..
“ไม่ครับ...รุ่นพี่ไม่ผิดหรอก แต่ความรู้สึกมันไม่ผิดนี่ครับ อีกอย่างรุ่นพี่น่าจะลองพยายามดูนะ” ผมไม่รู้ว่าตัวเองพูดอะไรออกไป แต่ผมรู้ว่าถึงแม้ว่าผมจะเจ็บใจ แต่ก็ไม่อยากให้รุ่นพี่ต้องเศร้าเลย
“ไม่หรอก...มันเป็นไปไม่ได้ ทานากะคุง..ก็ในเมื่อ จินกับคาเมะน่ะ เค้ารักกัน ชั้นน่ะ...ไม่มีสิทธิ์หรอก...” เหมือนผมไปจี้จุดของเค้า ผมควรจะดีใจดีไหม ผมน่ะยังมีโอกาส แต่เห็นรุ่นพี่เค้าร้องไห้ แล้วผม...เจ็บ...ผมไม่อยากให้หน้าสวยๆของรุ่นต้องมีน้ำตาเลย...ผมควรจะทำยังไงดีนะ...หรือผมสมควรตาย ?
ผมค่อยๆดึงรุ่นพี่เข้ามากอด...กอดไว้หลวมๆ ไม่กล้ากอดแน่น รุ่นพี่ยอมให้ผมกอด แล้วก็ร้องไห้อยู่แบบนั้น...ผมเองก็อยากจะร้อง ร้องไห้กับความโง่ของตัวเอง ทำไมผมไม่สังเกตนะ ถ้าเกิด อคานิชิ เค้าโสด รุ่นพี่คงได้เป็นแฟนไปแล้ว แต่ที่รุ่นพี่ต้องมาทุกข์เพราะอคานิชิน่ะ คบกับคาเมนาชิอยู่แล้ว ผมทำให้รุ่นพี่ร้องไห้ อยากจะโหม่งโลกตายจริงๆครับ....
“ขอโทษนะ ทานากะคุง ชั้นนี่แย่จริงๆ” รุ่นพี่ หยุดร้องไห้แล้ว แต่ว่า ผมเองที่รู้สึกว่าอยากจะร้องแทนซะจริงๆ ก็ตาของรุ่นพี่น่ะบวมซะ...
“รุ่นพี่...” พี่อยากจะเรียกรั้งไว้ แต่รุ่นพี่กำลังทำท่าจะลุกขึ้นแล้วล่ะ แต่ว่า..มือไม่รักดีของผมก็ เอื้อมไปคว้าข้อมือของรุ่นพี่ไว้ซะก่อน
“เป็นผม...เป็นผมได้ไหม? ผมชอบรุ่นพี่”
.
.
.
.
.
.
“ไอ้เชี้ยคิ กูไม่ได้ให้มึงมานั่ง เหม่อนะเว้ยสาดดดดดด มึงจะทำงานไหมมม” เสียงไอ้ยู มันตวาดใส่หูผมดังลั่น เล่นเอาผม หายเหม่อไปในบัดดล
“เออ กูรู้...” ผมก็ตอบไป แต่จริงๆแล้ว ผมไม่รู้หรอก ผมไม่มีอารมณ์จะหายใจด้วยซ้ำไปตอนนี้
“ถ้ารู้ก็จงทำงาน อย่ามานั่งเหมือนผีไม่มีศาล” มันตบกะบาลผมเบาๆก่อนจะเริ่มเขียนหยุกหยิกๆๆๆ ลงกระดาษ ผมน่ะเหรอ เหอๆๆๆ นั่งอึนต่อไปครับ
“ไอ้คิ มึงจะทำไหมทำงานน่ะ...กูรู้ว่ามึงอึนเรื่องรุ่นพี่ แต่มึงพูดไปเองว่าชอบเค้า มึงก็มั่นใจหน่อยสิวะ...” ใช่ ควรจะมั่นใจมากเลยมึงไอ้ยู ถ้าไม่ใช่เพราะรุ่นพี่เค้า ดึงมือเค้ากลับเบาๆ แล้วเดินจากไปแบบ ไม่หันกลับมาตอบด้วยซ้ำ...แบบนี้มันแปลว่าอะไร ใครบอกผมที
“ไอ้ยู ถ้าเป็นมึง มึงจะคิดยังไง ถ้าไม่ใช่ว่า เค้าเกลียดมึง?” ไอ้ยูมันหันมา แต่ก็ไม่พูดอะไรนอกจาก ถอนหายใจ
เออ เรื่องของกูมันน่าเบื่อ ไม่เหมือนมึงหนิสาด....
“เฮ้อ วันนี้มึงจะไปหารุ่นพี่มึงป่ะ?” มันถามผมครับ หน้าด้านมากกกกกกก ถามมาได้ กูจะกล้าไปได้ไง?
“.....”ผมไม่ตอบ เพราะแม้แต่ตัวเองยังไม่รู้เลยว่า ควรจะไปไหม?
“ถ้าเป็นงี้นะ มึงจะไม่ได้อะไรเลย กูแนะนำให้มึงไปหาเค้า...ถ้าเกิดมึงไปแล้ว เค้าหนีมึง แสดงว่ามึงควรตัดใจ แต่ไม่แน่นะ มึงไปแล้วอาจจะได้เจอเรื่องดีดี มึงเชื่อกู” มันปลอบใจผมด้วยการ ตบหลังผมเบาๆ มันช่วยได้มากนะ ไอ้ยูมันเงี้ยแหละ จริงๆแล้วมันเป็นคนดีเอาเรื่อง เพียงแต่พออยู่กับผม สาระมันไม่ค่อยจะมี
“เฮ้อออ มึงว่า กูจะมีหวังไหมไอ้ยู” ผมตัดสินใจถามมัน ครั้งสุดท้าย มันก็มองหน้าผม ก่อนจะตบหลังผมเบาๆอีก
ผมไม่พูดอะไรอีกนอกจากลุกขึ้นแล้วก็เดิน...เดิน...เดิน..เดินไปที่ใต้ต้นไม้ ที่เดิม ผมไม่คิดว่าจะได้เจอโชคหรอก แต่อย่างน้อยก็ขอมามองครั้งสุดท้ายเถอะ ผมเดินก้มหน้ามาจนถึงครับ ไม่อยากจะเงยหน้ามองเลยให้ตายดิ...เฮ้อออออ
ผมรู้อยู่แล้วล่ะ ว่ารุ่นพี่ เค้าคงไม่มานั่งอยู่ตรงใต้ต้นไม้หรอก เค้าคงไม่อยากเห็นหน้าผมแล้ว...แต่ว่า
“ทานากะคุง” เสียงหนึ่งเรียกจาก ม้านั่งใกล้ๆนั่น...รุ่นพี่ครับ รุ่นพี่เรียกผม ผมไม่รู้ว่าตอนนั้น ผมหน้าเอ๋อมากแค่ไหน แต่ว่า ผมรู้ว่า รุ่นพี่เค้าเดินตรงมาที่ผม ก่อนจะยิ้มให้ผม นั่นน่ะ..ทำไอ้คิ ละลายได้เลย
“ทำไมมาช้าจังเลยล่ะ....ชั้นมารอตั้งนาน...” รอ? รอผม? รุ่นพี่รอผม?
“ร..รุ่นพี่รอผมอยู่เหรอครับ?” เอ๋อครับงานนี้เอ๋อ...ไอ้คิ ทั้งอึ้งทั้งเอ๋อ...วันนี้มันวันอะไรวะ กูจะรีบกลับไปเขียนไดอารี่ว่าเป็นวันที่กูเอ๋อ และอึ้ง พร้อมๆกันได้ในเวลาเดียวกัน
“ก็ใช่น่ะสิ..ทำไม ปล่อยให้”แฟน”ตัวเองรอนานขนาดนี้ล่ะ” วันนี้เป็นวันอะไร เพราะกูจะรีบกลับไปซื้อได้อารี่ขอบทอง หุ้มหนังแกะ แล้วบันทึกลงไปว่า เป็นวันที่ ทานากะ โคคิ ทั้งอึ้งและเอ๋อ ยังไม่พอ ยังไม่หมด ยังเป็นวันที่ มันมีความสุขที่สุดในชีวิตด้วย เมื่อกี้ผมฟังไม่ผิดใช่ไหม? รุ่นพี่บอกว่าแฟน.....ผม...ผมดีใจจนพูดอะไรไม่ออก...ไม่รู้ว่าไอ้หน้าที่มันเอ๋ออยู่แล้วน่ะ มันจะเพิ่มความเอ๋ออีกเท่าไหร่...
“ทานากะคุง? ทานากะคุง” อ่า...รุ่นพี่ โบกไม้โบกมือ ใส่หน้าผม ตอนนี้ระบบประมวลของผมมันรวนไปหมด เพราะความน่ารักของคนตรงหน้ามันเป็นไวรัสไปแล้ว ดูสิ...ผมบ้าไปแล้ว
“ผมดีใจที่สุดในโลกเลยครับ” ผมพรวดกอดรุ่นพี่ ไม่ปล่อยให้ความน่ารักนั่น ทำร้ายอีกแล้ว ในที่สุดความรักตลอด 18ปีของผมก็สมหวังวันนี้สินะ โอ้วววววววว ทานากะ โคคิ อายุ 18 ปี สละโสดวันนี้เองครับ แถมยังได้แฟนหน้าตาสวยที่สุดในจักรวาลด้วย อะไรมันจะโชคดีแบบนี้
“คือว่า ชั้นเอง อาจจะยังตัดใจไม่ได้ แต่ว่า ชั้นเชื่อว่าสักวัน ชั้นต้องตัดใจจากจินให้ได้ เพราะงั้น ต่อไปนี้ ชั้นขอฝากตัวกับทานากะคุงด้วยนะ” รุ่นพี่กอดตอบผมหลวมๆความสุขที่สุดในชีวิต แค่นั้นก็พอแล้ว แค่รุ่นพี่ให้โอกาสผม ผมก็ดีใจจนพูดไม่ออกแล้วครับ....
“ผมสัญญา สัญญาว่าจะทำให้ รุ่นพี่มีความสุขที่สุดในโลก เชื่อทานากะ โคคิคนนี้เถอะครับ” ผมกุมไหล่แบบบางของรุ่นพี่ไว้ จ้องตาแล้วก็ ปฏิญาณตน คอยดูนะว่าผมจะทำให้ฟิคเรื่องนี้หวานเลี่ยนเลยคอยดูสิ คอยดูความรักของผมให้ดีนะ...!!!!!!
.
.
.
“ห๊า มึงว่าไงนะ มึงอย่ามาเล่นมุข สกปรกแบบนี้นะเว้ย ไอ้คิ” ไอ้ยู วันนี้เป็นวันแรกที่กูมีความสุขเวลาเห็นมึงทำหน้าเชี้ยๆใส่กู 555+ มันทำหน้าเหมือนได้ยินว่าโลกจะแตกวันพรุ่งนี้ ซึ่งนั่นก็สะใจผมมากครับ
“เออ...กูจะโกหกมึงให้กูหล่อขึ้นเพื่อ? กูคบกับรุ่นพี่แล้วจริงๆเว้ย” ผมหัวเราะลั่นก่อนจะ ยืนยันคำพูดหนักแน่นให้มันเชื่อ แต่หน้าตามันก็ยังเหมือนไม่เชื่อผมอยู่ดี
“เออ...ให้ตายดิ...แทบไม่เชื่อหูตัวเอง” มันพูดพลาง ยกเบียร์กระดกไปพลาง
“แต่มึงต้องเชื่อเพราะเป็นเรื่องจริง” ผมพูดจบก็กระดกตามอีกอึก
“แล้วมึงจะเอาไงต่อ คบกะเค้าแล้ว” ดู๊ดูมันถาม ถามมาได้
“กูต้องทำให้รุ่นพี่ลืมไอ้อคานิชิให้ได้...” ผมตั้งมั่นไว้แล้ว ว่ายังไงผมก็ต้องทำให้ได้ ผมจะต้องทำให้รุ่นพี่มีความสุขให้ได้!
“เออ กูเอาใจช่วยมึงแล้วกัน” พูดจบมันก็ กอดคอผม พวกผมนั่งดื่มเบียร์กันหมดไปหลายกระป๋อง เล่าเรื่องต่างๆนาๆกัน ผมดีใจชะมัดที่มีเพื่อนอย่างไอ้ยู ผมเล่าเรื่องของผมไปพลาง ฟังเรื่องของมันไปพลาง ผมเองก็ได้แต่เอาใจช่วยให้มันได้สมหวังกับน้องปลาทองของมันซะที ส่วนผมเองก็ต้องขอ ตัวไปทำให้แฟนที่สวยที่สุดในจักรวาลของผมมีความสุขก่อนมันละกัน .....
วันนี้เป็นเช้าวันหยุดที่สดใสมากซะจน ผมเกือบจะตื่นมาตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง เพราอะไรน่ะเหรอ เพราะมันเป็นเดทครั้งแรกของผมน่ะสิ ทำใจตั้งนานกว่าจะชวนรุ่นพี่มาเที่ยววันนี้ได้ เล่นเอาต้องรวบรวมความกล้าซะจนไอ้ยูมันด่าเลยล่ะ กะแฟนตัวเองจะไปอายอะไร ก็แหมอีกฝ่ายไปถึงรุ่นพี่เชียวนะ มีใครเข้าใจผมบ้างเนี่ย ไอ้คิเกือบเครียดทีแรก แต่พอชวนแล้ว รุ่นพี่กลัวยิ้มแล้วก็ตตอบรับง่ายๆเลยครับ โอ๊ยยย แค่นั่นแหละ ผมแทบจะหลุดโลก...นอนรอวันนี้มาทั้งอาทิตย์ ลงทุนไปซื้อเสื้อใหม่เลย กะว่า เดทครั้งนี้ต้องทำให้รุ่นพี่ประทับใจให้ได้ เอาล่ะ นี่ก็ใกล้เวลานัดแล้ว แต่ผมยังไม่เห็นแม้แต่เงาของรุ่นพี่เลยครับ แต่เอาเถอะมันยังไม่ถึงเวลานัดนี่เนาะ ผมก็รอต่อไป มองนกมองไม้ มองฟ้ามองฝน เวลาผ่านไปเท่าไหร่ผมจำไม่ได้ รู้แค่ ผมเอาแต่รอแฟนของผมครับ จนกระทั่ง....
“ทานากะคุงงง “ เสียงรุ่นพี่ดังมาแต่ไกล เค้าวิ่งมาครับ วิ่งมาซะแก้มสีขาวๆ กลายเป็นสีเลือดฟาดๆ
นั่นเพิ่มความน่ารักให้รุ่นพี่ของผม 25เปอร์เซ็น...โอ้ววว ผมลืมไปเลยล่ะว่ารุ่นพี่เค้ามาสายเกือบ ชั่วโมง...
“รุ่นพี่ ไม่ต้องรีบ ค่อยๆหายใจก็ได้ครับ” เค้าหอบแฮ่กเลยครับแฟนคนสวยของผม ท่าทางจะตั้งใจวิ่งมาเต็มที่ โอ้วว อะไรมันจะมีความสุขปานนี้ แต่ผมไม่มีเวลามาเพ้อให้ฝันเฟื่อง เพราะตอนนี้ผมต้องช่วยเค้าลูบหลังเพื่อให้เค้าได้หายใจก่อนล่ะ
“แฮ่ก...ข..ขอโทษนะ ร..รถมันติด ชั้นเลย วิ่งมา” วิ่งมา? รุ่นพี่วิ่งมาหาผมเหรอเนี่ย? โอ๊ยยย อะไรมันจะทำได้ขนาดนี้กันนะ...ฟังแบบนั้นผมก็รู้สึกผิด ทำให้แฟนตัวเองต้องมาหอบฮั่กแบบนี้..
“ผมว่าเราไป พักนั่งดื่มน้ำตรงร้ากาแฟใกล้ๆนั่นดีกว่านะครับ” ผมทำท่าจะเดินนำไปครับ แต่ว่า รองเท้าไนกี้ราคาแพงของผมก็ต้องหยุดชะงักไป เพราะไอ้ความรู้สึกนุ่มนิ่ม ที่มาสัมผัสมือด้านๆของผมน่ะสิ..
“ไหนล่ะร้านกาแฟ?” นี่ใช่ไหมที่เค้าเรียกกันว่า ซื่อ? หรือพี่เค้าจงใจ? มันคืออัปเปอร์คัตหมัดสุดยอดความไร้เดียงสาเหรอ? ก็ดูแฟนผมสิครับ เค้าจับมือผม แล้วเงยหน้ามาถามหน้าตาย? แบบนี้ให้ผมสำลักความสุขตายเลยไหม?..
“ร..ร้าน..ตรงโน้น..เอ้ย..ตรงนั้น..ม..ไม่ใช่..ฝั่งนู้น” รวนครับ รวน ระบบประมวลผลของผม รวนในบัดดล...มือนิ่มๆที่จับผมไว้นี่มันอะไรกัน มันคือไวรัสชนิดไหนที่ผ่านระบบสะแกนไวรัสของไอ้คิมาได้...แบบนี้ส่งซ่อมด่วน ! อัพเดตตัวป้องกันไวรัสความน่ารักของ อุเอดะ ทัตซึยะ ครับ ด่วนๆ ให้ว่องงงงงงงงง
“ร้านนั้นใช่ไหม? ไปกันเถอะ...” ตามันฝ่าฝางเพราะรอยยิ้มราวกลับพระอาทิตย์ยามเช้านั่น จากที่ผมควรจะนำรุ่นพี่ไป กลายเป็นว่าผมปล่อยให้คนน่ารักเค้าจูงผมไป แบบนี้ไอ้คิยอมเป็นหมาวะ...
รุ่นพี่จูงผมเข้ามาในร้านแล้ว แอร์เย็นฉ่ำเข้าปะทะที่หน้าผมนั่นแหละ ที่ทำให้ผมหายรวน เราเดินไปเลือกที่นั่งกัน แล้วก็ได้ที่นั่งติดหน้าต่าง มองเห็นวิวข้างนอก แต่นั่นจะมีประโยชน์อะไร ในเมื่อผมมีอะไรที่ดีกว่านั้นเยอะ มานั่งตรงข้ามกับผมเนี่ย...
“วันนี้ดูทานากะคุงแปลกๆนะ” รุ่นพี่ทำหน้าน่ารักใส่ผมก่อนจะถามมาครับ แบบนี้ผมควรจะตอบยังไงดี? บอกว่าเพราะรุ่นพี่น่ารักเหรอ? หรือว่าเพราะ ไอ้คิคนนี้มันหลงรุ่นพี่จนหน้ามืดดี?
“ฮ่ะๆๆ ก็ ผมดีใจที่รุ่นพี่ยอมเป็นแฟนกับผม...ดีใจที่สุด จนอะไรๆมันก็ ดีไปหมด” ซึ้งพอไหมครับคำพูดที่กลั่นออกมาจากใจของ ทานากะ โคคิคนนี้...
รุ่นพี่เค้าไม่ตอบแต่ผมเห็นว่าเค้าหน้าแดง แล้วก็แกล้งจิบกาแฟ....น่ารักให้ดิ้นตายแฟนใครวะ? พวกผมนั่งดื่มกาแฟอยู่ในร้านนี้พอให้หายเหนื่อย พอรุ่นพี่รู้สึกดีขึ้นแล้ว พวกเราก็ทำท่าจะลุกไปครับ แต่ว่า...
“อ้าว ทัตซึยะ? บังเอิญจัง” เสียงนุ่มๆ หล่อๆแบบนี้ผมจำได้ดีเชียว..อคานิชิ จิน เดินโล่เข้ามาในร้านกับ แฟนเค้าเดินตรงมาที่ผมกับรุ่นพี่ที่กำลังจะลุกไปพอดี มาได้ถูกจังหวะมาก ไอ้มารขว้างความสุข
“อ่า.. จิน คาเมะ..พอดี มากับ...ทานากะคุงน่ะ กำลังจะไปพอดี” ผมพอจะเข้าใจนะ ที่รุ่นพี่เค้าเว้นช่วงน่ะ แต่ว่า ก็ใช่ว่าจะไม่เจ็บ...
“นาย...ทานากะ ใช่ไหม? ระวังหน่อยล่ะ ทัตซึยะน่ะไม่ค่อยแข็งแรง...ชั้นจอตัวนะ ทัตซึยะเจอกันที่มหาลัยนะ” มันดินควงแฟนมันหายเข้าไปในร้านแล้ว รุ่นพี่เค้าก้มหน้านิ่งเลย...พอจะเข้าใจความรู้สึกนะ แต่ก็ใช่ว่าผมเองจะไม่รู้สึกอะไรเลย รุ่นพี่ไม่ได้เจ็บคนเดียวนะครับ... ผมเห็นท่าไม่ดี เลยตัดสินใจ ดึงมือรุ่นพี่ออกมาจากร้านด้วยกัน พี่เค้าก็เดินตามผมมา จนมาหยุดที่ลานกว้างๆ มีน้ำพุตรงกลางนี่แหละ..
“จินน่ะ ห่วงชั้นเสมอๆเลยนะ..พูดแบบนี้ใครเค้าจะไปตัดใจได้” รุ่นพี่เค้าพูดออกมา ก็ดีนะ ที่เค้ายอมพูดให้ผมได้รู้แต่ว่า ถ้าพูดแล้วผมต้องรู้สึกจี๊ดๆแบบที่เป็นอยู่นี้ ผมก็ไม่อยากให้รุ่นพี่พูดหรอกครับ แต่ถ้าเกิด แฟนของผมเค้าพูดแล้วเค้าสบายใจ ผมก็จะทนเพื่อเค้าครับ...
“ถ้าตัดใจไม่ได้ก็ไม่ต้องตัด...แต่เริ่มต้นใหม่ก็ได้นี่ครับ?” ผมมองหน้ารุ่นพี่ รุ่นพี่ดูเหมือนจะไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ ผมเองก็ไม่รู้จะอธิบายยังไง? เรื่องแบบนี้มันต้องใช้ความรู้สึกสินะ...
“งั้น...รุ่นพี่ก็ลองทำแบบนี้ดูสิครับ” ผมบอกให้เค้าลองใช่ไหมเมื่อกี้? ผมว่าผมพูดไปงั้นนะ แต่ไอ้ที่ผมกำลังทำนี่คือ จับมือรุ่นพี่แล้วลากเค้าวิ่งฝ่าไอ้ดงนกพิราบให้มันบินกันกระจายเลยครับ ผมพาวิ่งรุ่นพี่ฝ่าดงพวกมันมา คนที่เค้ากำลังให้อาหารคงนึกด่าผมในใจนะ...รุ่นพี่ดูท่าจะตกใจไม่น้อยเลย ที่จริงก็สมควรไอ้การทำอะไรเชี้ยๆแบบนี้มันก็มีผมคนเดียวเท่านั้นแหละ..
“รุ่นพี่?” เห็นเค้าเงียบผมก็เริ่มใจไม่ดี เค้าจะคิดว่าผมบ้าไหมนะ?
“...สุดยอดเลย...เหมือนกับ..จะบินได้เหมือนพวกมันงั้นแหละ...”เอ๊ะ...
“เห?” ผมยังงงกับคำพูดของรุ่นพี่อยู่ แต่ยังไม่ทันได้ประมวลผลมัน แฟนผมเค้าก็จับมือผมทั้งสองข้างก่อนจะยิ้มล่าเลยครับ
“ทำอีกได้ไหม? แบบเมื่อกี้น่ะ ทำอีกทีได้ไหม?” อ่า...จะอีกพันที ผมก็ทำได้ครับ ขอแค่รุ่นพี่บอกผมเท่านั้น...เห็นเค้ายิ้มได้ ผมก็สุขเกินจะสุขแล้วครับ
เราสองคนทำตัวเหมือนคนบ้า วิ่งฝ่าดงนกพิราบเค้าไปทั่ว คนที่นั่งให้อาหารหลายคน มองด้วยสายตาตำหนิก็จริง แต่ว่านั่นไม่สำคัญเลย เพราะพวกเราหัวเราะกัน ยิ่งเห็นว่าพวกเค้ารำคาญแล้วพวกนกมันตื่น บินกันว่อน พวกผมยิ่งหัวเราะดัง นี่มันแสดงว่าพวกเรากำลังมีความสุขใช่ไหม? หรือที่มันมีความสุขเพราะคนที่ทำเรื่องบ้าๆแบบนี้กับผมเป็นรุ่นพี่กันนะ? ช่างเหอะไอ้คิไม่อยากคิด ตอนนี้รู้แค่ ขอแค่แฟนของผม ที่กำลัง จับมือกับผมอยู่นี้ หัวเราะ แล้วก็ยิ้มได้อย่างมีความสุข ผมก็พอใจแล้วล่ะ....
พอเราวิ่งฝ่าดงนกพิราบโชคร้ายพวกนั้นจนหนำใจแล้ว ผมก็พารุ่นพี่ของผมเดินมาเรื่อยๆ ตามถนนสายที่วัยรุ่นชอบมาเดินกัน พวกเราเองก็กลายเป็นหนึ่งในนั้น ตอนแรกผมตั้งใจจะไปดูหนังจากนั้นก็ดินเนอร์มื้อเย็นต่อที่ไหนสักที่ใกล้ๆนั่น แต่ว่าสงสัยแผนการนั้นคงต้องยกเลิกแล้วล่ะ....
“ทานากะคุงๆๆ สติกเกอร์ ตู้ถ่ายสติกเกอร์ล่ะ” จู่ๆแฟนของผมเค้าก็อยากจะถ่ายสติกเกอร์ขึ้นมาซะงั้น...ผมเองถ้าจำความไม่ผิด กะไอ้ตู้นี่ ผมกะไอ้จมูกโตเคยถ่ายด้วยกันอยู่หน แต่ลืมไปแระว่ากดยังไง...
“อ๊ะ..”ยังไม่ทันจะได้เอ่ยเสวนา วางแผนตกลง มือนิ่มๆก็ลากผมเข้าไปอยู่ในตู้ถ่ายเรียบร้อยแล้วครับ ผมไม่รู้ว่ารุ่นพี่เค้าแอบไปคุยกะพนักงานตอนไหน รู้ตัวอีกทีคือ ตอนที่รุ่นพี่เค้าพูดคำว่า
“พร้อมน้า 1...2..” แชะ....อุบาทว์ที่สุด...
“ฮ่าๆๆๆๆ ทานากะคุงทำหน้าตลกจัง เอาใหม่ๆๆๆ 1...2..” เฮ้ย ยังไม่ทันได้เตรียมความหล่อเลย....แชะ....ใครก็ได้ เอารูปนี้ไปเผาที
“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ ททานากะคุงนี่ ชอบทำหน้าตลกเวลาถ่ายรูปเหรอ..อีก 3 รูปๆๆๆ เร็วเข้าๆๆ” เอาแล้ว ช็อตที่ 3 มันกำลังจะมา ครั้งนี้ผมไม่ปล่อยให้ความเสล่อมาบดบังความหล่อผมอีกครับ มั่นใจมากว่าคราวนี้จะหล่อแบบ ให้ลืม 2 รูปแรกกันไปเลย
แชะ....
“......ทานากะคุงนี่ เหมือนยากูซ่าเลยเนาะ....” รุ่นพี่เค้ามองรูปแล้วพูดออกมาเสียงนิ่งเลยครับ....หน้าเหมือนยากูซ่า...หน้าผมหน้ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอ?
“อ๊ะ..อีกสองรูป..1...2..” คราวนี้ไม่มีการพูดต่อ รุ่นพี่รีบหันกับไปมองที่กล้องต่อ ผมก็กำลังจะหล่อแต่แล้ว...
แชะ......
แฟนผมเค้าหน้าแดงแอบหันหน้าหนีไปยิ้มแล้วล่ะ แต่ผมนี่สิ...ยังยืนทำหน้าแบบเดิมกับตอนถ่ายรูปแป๊ะ....เพราะอะไรน่ะเหรอ คุณอาจจะไม่รู้เพราะคุณไม่ใช่ผม แต่ผมจะบอกก็แล้วกัน ไม่งั้นฟิคเรื่องนี้คงจะเป็นฟิคที่แย่มากไปกว่านี้ เอาล่ะ เสี้ยววินาทีก่อนที่กล้องมันจะทำการบันทึกภาพลงไป...รุ่นพี่เค้าก็เอาปากนิ่มๆนั่นมา แตะเบาๆ หรือที่เค้าเรียกกันว่า จุ๊บนั่นแหละ เค้าแตะลงมาบนแก้มผมครับ...เอาล่ะมาถึงคำถาม เป็นคุณ คุณจะทำไง? เมื่อแฟนที่สวยที่สุดในจักรวาล ในภพนี้มาทำแบบนี้....
“ทานากะคุง เหลืออีกรูปนะๆๆ “ เสียงหวานๆนั่น ทำผมหลุดจากภวังค์ รูปสุดท้าย ผมขอปล่อยให้เป็นไปตามที่ผมรู้สึกแล้ว กันความสุขมากมายมันหลั่งไหลออกมา จนผมยิ้มตาปิด ถึงมันจะอุบาทว์ แต่นั่นล่ะความสุขของผม
“ชั้นชอบรูปนี้จัง ทานากะคุงยิ้ม แล้วดูอบอุ่นมากเลย” ยิ้มของผมน่ะเหรอ? ผมอุบาทว์ๆนั่นน่ะเหรอ? ถ้าเป็นก่อนที่ผมจะคบกับรุ่นพี่ ผมคงจะเชิดไปแล้วล่ะ คนหล่อๆอย่างผมนี่จะทำอะไรก็ดูดีไปหมดแหละครับ แต่พอคนที่พูดออกมาเป็นรุ่นพี่ ไม่สิ แค่คนที่อยู่ด้วยเป็นรุ่นพี่ อุเอดะ ทัตซึยะคนนี้แล้ว ผมกับรู้สึกว่า ผมนั้นน่ะ เป็นแค่คนคนหนึ่งเท่านั้นเอง เพราะงั้นคำว่า อบอุ่นของรุ่นพี่น่ะ มันเป็นเหมือนยิ่งกว่าคำชมอีกนะ...คุณพอเดาออกไหม? แต่ว่านะ ถึงรุ่นพี่จะชอบรูปนั้น แต่ผมน่ะชอบรูปก่อนหน้านี้มากกว่า...
รูปสติกเกอร์พวกนั้นถูกแบ่งกันไปคนละครึ่ง ผมเลือกที่จะติดรูปไว้ที่โทรศัพท์มือถือของผมรูปหนึ่ง ใจจริงของผมอยากจะติดรูปที่รุ่นพี่เค้าหอมแก้มผมมากกว่านะ แต่ว่าผมอยากจะติดรูปที่เค้าชอบไว้มากกว่า เหตุผลไม่มี เพราะแค่รุ่นพี่ชอบรูปนั้นเอง...รุ่นพี่เองก็ติดเหมือนกัน รูปเดียวกัน..
ยอมรับว่า ผมมีความสุขมากวันนี้ รุ่นพี่เปิดใจให้ผม เราทำอะไรหลายอย่างที่แสดงความเป็นคู่รักกัน ผมมีความสุขจนอยากจะรีบกลับไปบ้านไป บันทึกลงไดอารี่ขอบทองของผม ว่าวันนี้ผมมีความสุขแค่ไหน แต่รุ่นพี่ล่ะ? เค้าจะคิดเหมือนกันกับผมไหมนะ?...
เอาล่ะ ผมคงต้องรีบเข้านอนแล้วครับ พรุ่งนี้ผมมีเรียนเช้า แล้วก็ตั้งใจว่าจะรีบไปเล่าความสุขนี้ให้ไอ้ยูมันฟัง .....
To be continued
[[Short Fiction::My Kitty]]
[[Fiction::Only youII ::Second day ]]
[[Fiction::Only you Part Special Summer]]
