[[Fiction : I'm falling in love with you ]]Part 0.5

posted on 13 Oct 2009 06:18 by uedafiction  in RyoxTatsuya

[Fiction] I’m falling in love with you

 [RyoxUeda]

[Author] Hayase-Haya

Part  Special Before the beginning…

     

ให้ตายดิ น่ารำคาญชะมัด แค่โดดเรียนไปวันเดียว ต้องตามาส่งงาน  ไม่ส่งก็จะให้ ร.กูอีก  เชี้ย ซวยไรแบบนี้วะ

เรียว เดินย้ำเต๊าะมาตามทาง สู่ห้องพักครูทางแถบตักของมัธยมต้น เพิ่งขึ้นม.1 ได้ไม่นาน นิสัยเดิมตอน ป.6ก็โผล่  ก็เบื่อหน้าอาจารย์สอน เลยโดดเรียน แค่นั้น  เลยโดนทำโทษให้ทำงานส่ง ทั้งยังบังคับให้มาส่งตั้งแต่เข้าอีก  ให้ตายดิ ซวยชิบเลย 

เรียวเดินไปเรื่อยๆ ตามทางเดินไม่รีบมากนัก รีบไปเพื่ออะไร? ไหนไหนก็ต้องโดนแขวะ ไปช้าๆดีกว่า ไม่เห็นต้องสนมันเลย ไอ้เวลาบ้าบอนั่นน่ะ....เหอะ

ครืด

เสียงประตูห้องพักของเหล่าอาจารย์เปิดออก  เรียวเดินตรงไปที่โต๊ะของอาจารย์วิชาคณิตศาสตร์ โดยไม่สนใจจะกล่าวคำขออนุญาตด้วยซ้ำ  ประตูก็ไม่ได้ปิด  เอือมจริงๆกับนิสัยของเด็กคนนี้

“นิกิชิโดครูบอกกี่ครั้งแล้วว่า พูดขออนุญาต ให้ปิดประตู ให้.....” ไม่รู้ว่าพูดอะไรมาบ้าง เรียวไม่สนใจจะทนฟังยัยแก่นี่บ่นเลยสักนิด แค่วางงานที่ส่งแล้วยืนเฉยๆ ทอดสายตามองไปรอบๆห้องพักครูแก้เบื่อ

 

เด็กผู้ชายคนหนึ่ง ตัวเล็ก ผิวขาวละเอียด  ดูแล้วเครื่องแบบน่ะมันม.ต้นชัดๆ แล้วท่าทางจะรุ่นราวคราวเดียวกับเรียวด้วย

หน้าตายังกะเด็กผู้หญิงแหน่ะ   ใครกันนะ?  ความสนใจของเรียวถูกดึงไปหาร่างบางที่ยืนอยู่ถัดไปไม่ไกลนัก เรียวจำได้ว่านั่นเป็นโต๊ะของอาจารย์ประจำชั้นตัวเองไม่ผิดแน่

!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

 

ความรู้สึกประหลาดนี่มันอะไรกันฟร่ะ  ไม่ชอบเลยแหะ  แล้วทำไมเราต้องไปจ้องหน้าหมอนั่นด้วย  หมอนั่นน่ะผู้ชายนะ? ถึงจะน่ารักก็เหอะ.....เหอะ  ผู้ชายจะมาน่ารักได้ไงกัน  ผมสีทองนั่นอีก น่าเกลียดชะมัด แต่จริงๆแล้วก็สวยดี ไม่ใช่!!!มันน่าเกลียดต่างหาก  สร้อยคอประหลาดๆ น่ากลัวนั่น ฮึ่ย  ท่าทางเนี้ยมนั่นไม่ได้ดูน่าปกป้องเลยนะ ยังกะตุ๊ดแหน่ะ

 

โว้ย หยุดหงิด  ไม่ชอบหน้าไอ้หมอนั่นเอาซะเลย  ให้ตายดิ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

 

เรียวลืมไปว่าตอนนี้อาจารย์กำลังเทศน์ตัวเองอยู่  สองเท้าก้าวออกนอกห้องพักครู โดยไม่สนใจเสียงที่ตามหลังมาสักนิด

“เฮ้ นิชิกิโด กลับมานี่นะ ทำไมทำตัวแย่แบบนี้ฮะ กลับมานะ” เสียงไล่ลังมาจะดังแค่ไหน เด็กอย่างเรียวมีหรือจะสนใจ ตอนนี้กำลังหงุดหงิด อย่ามายุ่งนะ  ฮึ่ย เพราะไอ้หน้าเฮ่ย นั่นคนเดียว หงุดหงิดชะมัด

  

สองเท้าพาตัวเองกลับห้องเรียน  โดยไม่รู้เลยว่า ชั่วโมงโฮมรูมของวันนี้ จะเป็นชั่วโมงที่จะเปลี่ยนเด็กนิสัยไม่ดีคนนี้ ให้รู้จักคำว่า “อ่อนโยน”

 

Fin…

[[Fiction : I'm falling in love with you ]]Part 12 special part

posted on 13 Oct 2009 06:17 by uedafiction  in RyoxTatsuya

[Fiction] I’m falling in love with you

 [RyoxUeda]

[Author] Hayase-Haya

Part XII <Special Part>

      

เช้าที่แสงแดดสดใส.....ร่างบางยกมือขึ้นมาบังหน้า  แม้ว่าจะสดใสเพียงใด แดดก็ยังแรงอยู่ดีล่ะนะ....

เข้าสู่หน้าร้อน ของม. 3 แล้ว เร็วอย่างกับโกหก....ถ้าเกิด...วันนั้นเค้าตัดสินใจ ก้าวขึ้นรถไปก่อนที่เรียวจะตะโกนมา...

คงไม่ได้มาเงยหน้ามองฟ้าที่แสนสดใสในวันนี้ ของญี่ปุ่นหรอก.....มือบางยังคงยกขึ้นบังแสงแดดแรงของหน้าร้อน  ร่างบางในชุดไปรเวทสบายๆ....วันนี้เป็นวันหยุด วันที่นักเรียนหลายๆคนเลือกจะพักผ่อนในบ้าน....เพราะอากาศที่ร้อนเหลือหลายของญี่ปุ่น แต่ร่างบางกลับกำลังเดิน ทอดน่องไปตามถนนสายที่คุ้ยเคย..เพื่อตรงไปยังทางสามแยก ที่ใครบางคนกำลังรอตนเองอยู่....วันนี้ไม่รีบหรอก...ก็เรียวน่ะบอกว่าออกมาเจอกันเที่ยง...แต่ตอนนี้มันเพิ่งจะ สิบเอ็ดโมงครึ่งเองนี่นา....

 

สาวเท้ายังคงก้าวไปเรื่อยๆ จนมาหยุดที่ทางสามแยกนั่น...เรียวรออยู่ที่นั่นแล้ว....หมายความว่า เรียวมาก่อนเวลานัดกว่าครึ่งชั่วโมง หรืออาจจะมากกว่านั้น?....ใต้ต้นไม้ใหญ่ตรงนั้น เรียวใส่ชุดแขนกุดสบายๆ กางเกงขาสามส่วน...ร่างบางวิ่งเข้าไปทันที

“เรียว!!!!”เรียวหันมามอง อากาศร้อนทำให้สายตาปรับภาพได้ไม่ดีนักเมื่อมองจากในที่ร่มออกไปสู่แดดจ้าภายนอก...ร่างบางวิ่งเข้ามาแล้ว....เสื้อไปเวทสบายๆ เป็นเสื้อยืดสีชมพู กับกางเกงขาสามส่วนเช่นเดียวกับเรียว....ดูแล้วเข้ากันดี..

“นายนี่จะบ้าหรือป่าว? แดดแรงขนาดนี้ ทำไมใส่แขนสั้นแบบนี้..เดี๋ยวก็โดนแดดเผาหรอก”เรียวเอ็ดร่างบางเข้าให้ แดดแรงๆแบบนี้ดันใส่แขนสั้นมาอีก...ผิวยิ่งๆบางๆอยู่...ผิวบางเหรอ?...จะว่าไปเจอหมอนี่ก็แต่ที่โรงเรียน ไม่ค่อยเห็นชุดอื่นของหมอนี่เลย...แถมชุดนักเรียนยังเป็นเสื้อแขนยาว...มาเห็นผิวหมอนี่เข้าจริงๆ ก็เพิ่งรู้นี่แหละว่าหมอนี่น่ะ ผิวละเอียด แถมยังขาวยังกะผู้หญิง...

“ต...แต่ชั้นร้อนนี่..”ข้อนี้ร่างบางคงยอมเรียวเฉยๆไม่ได้ล่ะ...อากาศมันร้อนขนาดนี้ ลองใส่แขนยาวมีหวังลมจับแน่

“จ..จะยังไงก็ช่าง...แต่เราจะยื่นอยู่ตรงนี้กันอีกนานไหม?”เรียวเขินได้ไงไม่รู้...แต่รู้แค่ว่า เมื่อกี้ตาแอบเหล่ ผิวขาวของใครบางคนไปแล้วล่ะนะ....

“ง..งั้นกันเหอะ”ร่างบางออกเดินไปตามเรียวที่ก้าวเดินนำไปเล็กน้อย...วันนี้เป็นหยุด เรียวจึงตัดสินใจชวนร่างบางออกมาหาไรทำกันข้างนอก....ไม่ได้ระบุว่าจะทำอะไร นอกจากออกมาข้างนอก...โรงเรียนใกล้ปิดเทอมแล้ว สอบก็เสร็จไปแล้ว เวลาว่างจึงมีมากมาย...วันนี้ถึงแม้จะเป็นวันหยุด แต่ก็น่าจะหาอะไรทำมากกว่านอนอยู่บ้านล่ะนะ...

“เรียว...เรียวจะไปไหนเหรอ?”ร่างบางเงยหน้าขึ้นถามหลังจากเดินกันมาได้สักพัก..กลางแดดจัดๆแบบนี้น่ะนะ..เดินๆนานๆไม่ได้หรอก...

“ก็ว่า จะไปร้านไอศกรีมน่ะ...นายอยากกินไหม?”หันกลับมาถามอีกคนก่อนจะหยุดอยู่ที่หน้าสะพานลอย

“เอาสิ...ร้อนๆแบบนี้ดีเลย...ป่ะกันเหอะๆๆๆ”ร่างบางดึงแขนเสื้อเรียวเบาๆ ก่อนจะวิ่งขึ้นสะพานลอยไป....เรียวไม่ได้วิ่งตามขึ้น แต่มองตามร่างบางนั้นไปแทน

ถ้าเป็นเมื่อก่อน...นายจะกล้าวิ่งขึ้นแบบนี้ไหมเนี่ย? จริงอยู่ร่างบางข้ามสะพายลอยนี่มาหลายครั้งแล้ว แต่เกือบทุกครั้งไปที่ยังเกาะเรียวแน่น...แต่พักๆหลังๆมานี่...นายถึงกลับกล้าวิ่งขึ้นไปเลยแล้วเนี่ยนะ...สายตาของเรียวพลันมองไปที่ข้อมือของร่างบาง แม้ว่าจะไม่มีรอยให้เห็นแล้ว แต่เรียวยังคงไม่ลืม...ไม่ลืมว่าเพราะแผลที่เรียวเป็นคนทำไว้กับร่างบางนั้นน่ะ..มันคือสิ่งที่ทำให้ร่างบางกล้าวิ่งขึ้นสะพานลอยแบบนี้ไงล่ะ...แต่มันน่าภูมิใจเหรอ?

“เรียวววว ไม่ขึ้นมาเหรอ”ร่างบางขึ้นไปถึงแล้ว เตเกลับไม่เห็นเรียว มองกลับลงมาก็เห็นเรียวมองขึ้นมาอยู่นั่นแหละ...ถึงได้ตะโกนเรียกไป

“อ่ะ..เอ้อ จะไปเดี๋ยวนี้แหละ” เรียววิ่งตามขึ้นไป ก่อนจะค่อยๆสะบัดความคิดที่ไม่เป็นเรื่องทิ้งไป ทั้งคู่พากันเดินเข้าไปที่ร้านไอศกรีมฝั่งตรงข้าม

 

แอร์เย็นฉ่ำภายในร้าน กับม่านมู่ลี่ที่ปิดลงมาเพื่อกันแสงแดดในเวลาเที่ยงกว่า....ทำให้บรรยกาศในร้านน่ะน่านั่งแช่ซะทีเดียว

“ผมเอา ช็อกโกแลตชิพฮะ” ร่างบางหันไปสั่งกับบริกรก่อนจะหันมาหาเรียว

“เรียวล่ะ”

“ฉันเอา กาแฟแล้วกัน”เมนูถูกปิดและส่งคืนบริกร ทั้งคู่นั่งรอไอศกรีมที่สั่งไปอยู่..

“จะปิดเทอมแล้วเนาะ”ร่างบางไม่อยากให้ บรรยกาศมันวังเวง แปลกๆ เพราะเรียวไม่ค่อยจะพูดอะไรที่มันไร้สาระน่ะสิ...เลยไม่รู้ว่าจะขนหัวเรื่องอะไรมาคุยด้วยดิ

“อืม...ขึ้นม.ปลายแล้ว..”เรียวไม่ได้มองหน้าร่างบาง สายตาเลือกจะไปหยุดอยู่ แจกันดอกไม้ที่ถูกวางประดับไว้บนโต๊ะ..

“เออ...ม.ปลาย..เรียวจะไปต่อไหนรึเปล่า?”ร่างบาง ตัดสินใจถามออกไป แน่นอนว่าไม่ได้ซีเรียสนัก เพราะถึงเรียวจะย้ายโรงเรียน ก็ไม่มีใครว่าอะไรถ้าร่างจะขอย้ายตามน่ะนะ...

“ก็ ที่เดิม...ชั้นไม่คิดจะย้ายหรอก....นายล่ะ”เว้นช่วงไปแปปนึงก่อนจะเพิ่งนึกขึ้นได้...ถ้าหมอนี่จะย้ายล่ะ? เรียวจะทำยังไง

“ชั้นเหรอ..ไม่ย้ายหรอก  ก็เรียวไม่ย้ายนี่นา ฮ่ะๆๆๆ”ร่างบางหัวเราะอย่างอารมณ์ดี พาลให้นึกถึงวันที่เรียวมารั้งตัวเค้าไว้...

ถ้าเกิดตอนนั้นเรียวไม่รั้งไว้ล่ะก็...ป่านนี้คงไม่ได้มาหัวเราะแบบนี้หรอก...

“พูดมากน่า....”เรียวเขินจนหน้าแดง เฉสายไปอีกทาง แต่ก็ไม่ได้ตะคอกใส่ร่างบางเหมือนอย่างทุกที...ใช่ตั้งแต่เหตุการณ์วันนั้นเรียวเลือกที่จะคุมอารมณ์ตัวเองมากขึ้นเพราะไม่อยากทำให้ร่างบางตรงหน้าต้องร้องไห้เพราะเค้าอีก  แต่การทำแบบนั้นก็เล่นเอาเรียวเกือบแย่มาหลายที....อึดอัดจนไปลงกับสิ่งของเอาบ่อยๆ...แบบนี้มันดีขึ้นหรือแย่ลงล่ะเนี่ย....

ไม่นานนักไอศกรีมที่สั่งไปก็มาเสริฟท์ตรงหน้าของทั้งคู่ ไม่มีใครพูดอะไรอีกนอกจากจะต่างคนต่างจัดการ ไอศกรีมของตัวเอง...ร่างบางรู้ดีว่า การที่เรียวไม่พูดนั้นไม่ได้หมายความเรียวเกลียด หรือไม่ชอบ เพียงแต่เรียวไม่ชอบที่จะพูดอะไรให้มันน่ารำคาญ เพราะแค่ปกติเรียวก็เป็นขี้รำคาญซะยิ่งกว่าอะไรดี....แน่นอนว่าคนที่ชอบพูดมากเรียวก็ไม่ชอบ ร่างบางจึงมีความสุขกับการนั่งอยู่เงียบๆกับเรียวมากกว่า...

ไอศกรีมหมดไปแล้ว  บรรยกาศในร้านช่างพาให้ง่วงนอน...แอร์เย็นกับมู่ลี่ที่ถูกเลื่อนมาปิดบังแสงแดด ทำให้แอร์เย็นมากขึ้น แต่ก่อนจะมีใครหลับไปซะก่อนเรียวก็ลุกพรวดขึ้นมาซะก่อน

“จะไปกันต่อยัง?”เรียวขึ้นมานิ่งๆ ก่อนจะได้รับคำตอบจากร่างบาง ด้วยการพยักหน้าเบาๆ....ยอมรับว่า แอบง่วงไปเหมือนกัน ถ้าเรียวไม่พูดขึ้นมาซะก่อน คงได้แอบหลับมั่งล่ะ...

 

ทั้งคู่พากันเดินต่อไป...ไม่รู้ว่าจุดหมายจะไปที่ใด ถ้าหากตอนนี้ใครเสนออะไรมา อีกคนคงตอบรับทันที...

ทั้งคู่เลือกที่จะเดินมาตามทางกลับ ระหว่างทาง มีสวนสาธารณะเล็กๆอยู่ ร่างบางจำได้ว่า มักจะเห็นเด็กๆ มาเล่นก่อทรายกัน ตอนเย็นๆประจำ...แต่หน้าร้อนแดดแบบนี้คงไม่มีหรอก...

“แวะนั่งกันหน่อยไหม?” จู่ๆเรียวก็พูดขึ้น ร่างบางเองก็เห็นด้วย เพราะอย่างน้อย เก้าอี้ใต้ร่มไม้ ก็เป็นทางเลือกที่ดี สำหรับการนั่งพักหลบแดดล่ะนะ...

“อากาศแบบนี้ ไม่ค่อยดีเลยแหะ...”เรียวบ่นขึ้นมาหลังจากนั่งลงบนเก้าอี้ตัวหนึ่งในสวนสาธารณะ

“อื๊ม...ร้อนจริงๆเนาะ”ร่างบาง เองก็รู้สึกเช่นเดียวกัน บางทีการอยู่กับบ้านอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า...

เอ๊ะ.....บ้านเหรอ?...

 

“เฮ้อ.....”ถอนหายใจไปเฮือกใหญ่ สุดท้ายก็น่าเบื่อจนได้ เรียวคิดพลางเหลือบมองผิวขาวละเอียดของร่างบางที่บัดนี้ กลับแดงขึ้นมาเพราะอากาศร้อน เห็นแบบนั้นรู้สึกผิดเหมือนกันแหะ...หมอนี่ถ้าจะไม่เคยมาเดินตากแดดแบบนี้...

“มีอะไรเหรอเรียว?” ร่างบางรู้สึกว่าถูกมองอยูก็หันกลับไปถาม อีกคนที่มองตัวเองอยู่ แต่เรียวเลือกที่จะเบือนหน้าหนี...

ใครจะไปบอกกันว่ามองผิวนายอยู่.....

 

“เวลาผ่านไปสักพัก ในที่สุดร่างบางก็รวบรวมความกล้า ขึ้นมาหลังจากที่คิดว่าได้ความคิดดีดีมา..

“เอ่อ..คือว่าเรียว” ร่างบางนั่งก้มหน้างุดๆ  เป็นงี้ทุกทีเวลาเขิน

“หืม?” เรียวไม่ได้หันมา แค่ขายรับในลำคอเท่านั้น  สายตายังคงทอดมองไปยังท้องฟ้า....

“ไป..ไปนั่งเกมส์ กันที่บ้านชั้นไหม?” ร่างบางเอ่ยออกมาในที่สุด...เรียวละสายตาจากท้องฟ้า มามองที่ร่างบางก่อนจะคิดอยู่ครู่นึง..

“เอาสิ...พ่อแม่นายไม่อยู่ล่ะสิ ไปต่างประเทศกันหมดแล้ว” เรียวพูดเป็นเชิงถาม แต่เปล่าเลย...เรียวรู้หมดแล้วล่ะเรื่อง ที่พ่อแม่ไปต่างประเทศ น่ะแล้วครั้งนี้ก็ดูท่าจะนานซะด้วย

.

.

.

.

.

ทั้งคู่เคลื่อนตัวออกจากสวนสาธารณะ ก่อนจะตรงดิ่งไปที่บ้านของร่างบาง....ถึงจะเป็นครั้งที่ 2 เรียวก็ยังไม่ชินอยู่ดี กับความใหญ่โตโอฬารของบ้านหลังนี้...ให้ตายดิ....ชั้นล่ะไม่อยากจะนึกเวลาหมอนี่อยู่ในบ้านเลยจริงๆ

ประตูรั้วเปิดออก คนใช้ 2-3 คนวิ่งมากางร่มให้ร่างบางกับเรียวทันที ร่างบางไม่มีท่าทีขัดเขิน ซึ่งต่างกับเรียวที่อยากจะขอเอาร่มมาถือซะเอง.....

ทั้งคู่เข้ามาในบ้านแล้ว ไม่ต้องพูมากให้เสียเวลา ร่างบางสั่งอะไรบางอย่างกับแม่บ้าน ก่อนจะ พาเรียวตรงไปที่ห้องนอนตัวเองทันที

“ขอโทษนะเรียว รกไปหน่อย “ร่างบางพูดพลางจัดแจ้งจัดที่ให้เรียวนั่ง....ห้องนอนขนาดใหญ่ต่างจากเรียวลิบลับ แล้วที่ว่ารกน่ะ  มันตรงไหน? ดูยังไงก็สะอาดเอี่ยม....ร่างบางพาเรียวไปนั่งยังมุมหนึ่งที่มี ชุดเครื่องเสียงสเตอริโอ ครบเซ็ต และแน่นอน....เครื่องเล่นเกมส์รุ่นที่เรียวกำลังอยากได้...เอ็กบอกซ์....

“โห...นายเล่นด้วยเหรอ?” เรียวมองอย่างตื่นเต้นกับของที่เกาะกระจกดูมานาน วันนี้จะได้เล่นแล้ว...

“อื๊ม...ก็เล่นบ้างน่ะ  เกมส์อยู่ตรงนั้นน่ะ เดี๋ยวนะ เดี๋ยวชั้นหยิบให้”ร่างบางเดินไปเปิดลิ้นชักที่อยู่ไม่ไกลนัก เรียวตาวาวอีกครั้ง กับแผ่นเกมส์จำนวนมหาศาลตรงหน้า....หมอนี่....ไม่ธรรมดา

“โหย....ให้ตายดิ...นายเล่นเกมส์พวกนี้ด้วยเหรอ”เกมส์ต่อสู้ เกมส์อาร์พีจี หรือแม้กระทั่งเกมส์ที่เป็นเนื้อหายาว อย่างไฟนอลแฟนตาซี ร่างบางมีพร้อม ทั้งยังเป็นรุ่นลิมิเต็ดอีก.....

“ฮ่ะๆๆๆ ตามสบายนะเรียว” ร่างบางเลือกที่จะนั่งดูมากกว่าเข้าไปร่วมเล่นด้วย เพราะรู้ตัวว่าตัวเองไม่เก่ง คงไปเป็นตัวถ่วงเรียวซะมากกว่า เพราะงั้นแค่ดูเฉยๆก็ดีแล้วล่ะ

“นายก็มาเล่นกันสิ..มานี่เร็วๆ”พูดจบเรียวก็ทำท่าตบเบาะให้ร่างมานั่งข้างๆ พร้อมส่งจอยที่เหลือให้ร่างบาง...

“เ..แต่ว่า...ชั้นไม่เก่งนะ”ร่างบางหน้าแดงนิดหน่อยเมื่อไปนั่งข้างเรียว แต่เรียวก็ไม่ทันได้สังเกตเห็น

“ก็ชั้นอยากเล่นกับนาย” เกมส์สตาร์ทแล้ว สายตาและสมาธิเริ่มพุ่งไปสนใจสิ่งที่ปรากฏขึ้นบนจอภาพขนาดใหญ่ เรียวไม่รู้เลยว่าทำเอาใครอีกคน แทบจะทำจอยร่วงจากมือ

 

แค่คำพูดไม่กี่คำของเรียว กับส่งผลกระทบกับร่างบาง...หัวใจกำลังเต้นอย่างคลั่ง...จะมีไหมนะ  วันที่..จะได้มีโอกาสบอกเรียวออกไป กับความรู้สึกที่อยู่ข้างใน....ถ้าวันนั้นมาถึง...อาจจะต้องเสียเรียวไป....เรียวคงจะรังเกียจ ....

 

แค่คิดก็ทรมานแล้ว....

 

ยังไงซะเรียวก็ยังเป็นเพียงเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งเมื่อได้สิ่งที่ชอบ ก็เล่นจนลืมสิ่งรอบกาย พาลเอาร่างบางเป้นไปด้วย..ทั้งคู่ดล่นกันจนลืมเวลา.....เวลาผ่านไป.....ผ่านไป....ภาพบนจอยังคงเคลื่อนไหวไม่มีท่าทีจะหยุดนิ่ง เมื่อทั้งคู่ต่างจมอยู่กับโลกของเกมส์ จนกระทั่ง...

“คุณหนูคะ ได้เวลาอาหารเย็นแล้วนะคะ”

เสียงเรียกจากสาวใช้ ทำให้ทั้งสองรู้สึกถึงความเป็นจริง เมื่อตอนนี้เวลาล่วงเลยมานานมากแล้ว

“อื๊ม ชั้นจะไปเดี๋ยวนี้แหละ” ร่างบางหันไปตอบสาวใช้ก่อนจะหันมาหาอีกคน ที่ดูเหมือนจะกำลัง พยายามพักสายตา...หลังจากที่ใช้งานมาอย่างหนัก

“เรียวทานข้าวก่อนนะ”ร่างบางลุกขึ้นแล้ว กำลังตรงไปห้องน้ำเพื่อล้างหน้า ให้ตาสว่าง ก่อนจะเดินออกมาพบอีกคน ที่ยังคงนั่งอยู่ท่าเดิม เห็นแบบนั้น ร่างบางก็เดินไปดูอาการของคนที่ยังนั่งอยู่ทันที

“เรียวเป็นอะไรมากรึเปล่า แสบตาเหรอ?”ร่างบางถามอย่างเป็นห่วง ก่อนจะค่อย เอื้อมมือไปดึงมือของเรียวออกจากใบหน้า...เรียวยังคงลืมตาไม่ขึ้น

“.....”เรียวไม่ตอบ แต่ก็มีปฏิกิริยาตอบสนอง มือของเรียวไม่ได้ต่อต้านมือของร่างบางเลยแม้แต่น้อย ปล่อยให้มือของร่างบางชักพาไป...

“ค่อยๆลืมตานะ...”ร่างบางพูดพลางค่อยเอาหัวแม่มือเกลี่ยหางตาอย่างเบามือ

“อือ...”เรียวทำตามอย่างว่างาย การนวดคลึงเบาๆที่หางตาด้วยมือเย็นๆ ช่วยได้มาก เปลือกตาหนักอึ้งค่อยๆ ลืมขึ้นอย่างช้าๆ

ใบหน้าหวาน ขาวหมดจด ละเอียดราวกับผู้หญิง เส้นผมดำที่ไร้ลงมาตามรูปหน้า....ตอนนี้ใบหน้าหวานของอีกคนอยู่ห่างจากเรียวไม่ถึงคืบ ด้วยความเผลอ....

“ลืมตาได้แล้ว”ร่างบางกล่าวออกมาอย่างดีใจ ก่อนจะผละตัวออกไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แน่สิ...เป็นห่วงเรียวจนลืมว่าตัวเองน่ะยืนหน้าไปใกล้แค่ไหน...

“อ่ะ...เอ่อ..ขอบใจ”เรียวหน้าแดง..ยอมรับว่า เขิน ตกใจ...หัวใจเต้นรัว....เรียวรู้ดีว่าความรู้สึกนี้คืออะไร...ยิ่งเห็นใบหน้าหวานระยะใกล้ปะชิดขนาดนั้น....ยอมรับว่า เสี้ยววินาทีนั้น...เกือบแล้วล่ะ...เกือบจะแตะริมฝีปากอิ่มนั่นแล้ว...

“เรียว ไปล้างหน้านะ มันจะช่วยให้ดีขึ้น แล้วลงไปทานข้าวกัน”ร่างบางเปิดประตูห้องน้ำให้เรียวก่อนจะ ออกมารอข้างนอก...ประตูห้องน้ำปิดลงไปแล้ว แต่เรียวยังไม่ได้เดินไปไหน มือยังคงจับแน่นที่ลูกบิด...

สักวันชั้นคงต้องบอกนายไป

ถึงวันนั้นนายจะเป็นเหมือนเดิมอยู่ไหม?

ชั้นเชื่อว่า...นายคงจะ...รู้สึกเหมือนกันสินะ...

 

อาหารเย็นวันนั้นเป็นครั้งแรกที่เรียวได้รู้ว่า ร่างบางนี้มีชีวิตการเป็นอยู่อย่างไร้ อาหารที่ราวกับออกมาจากภัตรคารแม้ว่าร่างบางจะบอกว่า พวกแม่บ้านทำเกินไปเพราะเห็นว่าแขกมา แต่ก็ไม่ได้เป็นแบบนี้ทุกวันหรอกนะ....

อยากจะเชื่อ...แต่เชื่อไม่ลง...

 

แต่ก็แปลกนะที่ ร่างบางยังทำอาหารพื้นๆไปโรงเรียนได้ ทุกวัน...คิดได้แบบนั้นก็ไม่อยากจะคิดต่อ นอกจากความคิดที่จะจัดการอาหารตรงหน้า.....เวลาล่วงเลยไปจนมืดค่ำ

ร่างบางตัดสินใจชวนให้เรียวค้างที่บ้าน ซึ่งเรียวเองก็ไม่ปฏิเสธ...

“ฮ้า สดชื่อจัง” ร่างบางเดินออกมาจากห้องน้ำแล้ว...เรียวยังคงนั่งหน้าจอขนาดใหญ่ ที่เชื่อมต่อกับเครื่องเกมส์อยู่

“เรียว..ไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวตรงนั้นชั้นเคลียร์ให้”ร่างบางเดินมานั่งแทนที่เรียว แล้วลงมือรับจอยไปสานดำเนินเกมส์ที่เรียวเล่นค้างไว้ต่อ...

“ฝากด้วยนะ..อ้อ..น้ำยาเพิ่มพลังชีวิต หมดนะ..แวะกลับไปซื้อเมืองก่อน”พูดทิ้งไว้แค่นั้นเรียวก็หายเข้าไปในห้องน้ำทัน

“อือ..แล้วไปลุยบอสเลยนะ”ร่างบางหันกลับไปตะโกนถามอีกที

“เอ้อ...อย่าเพิ่งกดนะ...รอชั้นก่อน...ไปอยู่หน้าบอสพอ”เรียวพูดแค่นั้นก่อนจะหายไปอาบน้ำจริงๆ ร่างบางทำตามที่เรียวบอก ไม่นานนักทุกอย่างก็เรียบร้อย เซฟเกมส์ไว้ที่หน้าบอส ร่างบางก็ตัดสินใจวางจอยลง นั่งรอเรียวออกมาจากห้องน้ำ

   

“เสร็จแล้วๆๆ”เรียวออกมาแล้ว แต่ร่างบางกลับหลับไปคาโซฟาตรงนั้นเอง หน้าจอปรากฏร่างของตัวละคร ที่ยืนเผชิญหน้ากับปีศาจตัวใหญ่อยู่....รอจนหลับไปเลยแหะ....ไม่แปลกวันนี้โหมมาทั้งวัน

เรียวตัดสินใจเซฟเกมส์อีก 1 ทีก่อนจะดับเครื่องลง โซฟาใกล้ๆร่างบางยวบลง....

“นี่..ตื่นเถอะ..ไปนอนที่เตียง”เรียวพยายามปลุกคนที่หลับอยู่ให้ตื่นขึ้นมาย้ายที่หลับนอน แต่ก็ดูท่าจะยาก เมื่อร่างบางหลับสนิทเลยทีเดียว...

เรียวไม่คิดจะเรียกต่อ...ไม่อยากจะรบกวนเวลาพักผ่อนของอีกคนนัก...

เพิ่งเคยเห็นก็นี่แหละ หน้าเวลาหมอนี่หลับ....

ดูยังไงก็เหมือนผู้หญิง ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นคนที่อดทนอะไรได้มากมายขนาดนี้...

ที่ผ่านมา แม้ไม่ได้พูดกันตรงๆ แต่ชั้นก็รู้ตัวดีแล้วล่ะ ว่าชั้นน่ะขาดนายไม่ได้ .....

มือบางแค่นี้ แทนที่จะห่วงตัวเอง นายกลับห่วงแต่คนอย่างชั้น ที่เอาแต่ตะคอกนาย...

“ขอโทษนะ” ใบหน้าของเรียวก้มต่ำลงไป ขโมยริมฝีปากอิ่มอย่างแผ่วเบา

จูบ เพื่อบอกว่า ขอโทษ ต่อไปนี้ชั้นจะอ่อนโยนให้มากกว่านี้

จูบ เพื่อบอกว่าชั้นขาดนายไม่ได้

จูบ เพื่อบอกว่าขอบคุณที่นายไม่ได้ไปจากชั้น

จูบ เพื่อบอกว่าสักวัน ความรู้สึกนี้...ชั้นจะบอกให้นายได้รับรู้

จูบ เพื่อสัญญาว่าชั้น จะไม่ปล่อยมือจากนาย...

 

เรียวอุ้มร่างบางไปวางลงบนเตียงนุ่ม แล้วพาตัวเองไปนอนลงบนโซฟา....ทุกอย่างมืดลง ราตรีกำลังดำเนินไป...

คืนนั้นร่างบางจำได้ว่า เป็นคืนที่ฝันดีที่สุด....เท่าที่เคยได้ฝันมา....

ชั้นจะรอ..เรียว...

 

Fin Special Part

 

[[Fiction : I'm falling in love with you ]]Part 11[Fin]

posted on 13 Oct 2009 06:10 by uedafiction  in RyoxTatsuya

[Fiction] I’m falling in love with you

 [RyoxUeda]

[Author] Hayase-Haya

Part XI [Fin]

     

วันนี้ก็เป็นอีกวันที่บรรยกาศไม่ดีนักทั้งสำหรับเพื่อนในกลุ่มและห้องเรียน เพราะเรียวยังเมินใส่ร่างบาง และร่างบางเองก็พยายามหลบหน้าเรียวตลอดช่วงพัก ถึงขนาดยอมแยกตัวไปทานข้าวกลางวันคนเดียว  นั่นน่ะมันสร้างความอึดอัดให้ จิน ยามะพี ยู และเจ้าตัวเล็กมากแค่ไหน!!!!!

“ถามจริงๆเหอะเรียว...แกจะเอาไงแน่? ห๊ะ...จะแบนทัตจังออกจากกลุ่มเลยไหม?”จินยังคงโมโหกับการกระทำไร้เหตุผลของเรียว หารู้ไม่รู้ เพราะไอ้คำพูดพวกนั้นแหละที่มันค่อยๆสร้างทิฐิให้เรียว

“เออ...ถ้าเขาไม่อยากจะมา ก็ไม่ต้องมา..”เรียวตอบด้วยน้ำเสียงเอาเรื่องเช่นเดียวกับจิน ท่าทางชักจะเริ่มไม่ดีอีกครั้งเมื่อจินทำท่าจะลุกไปต่อย ซึ่งเรียวเองก็เตรียมพร้อมเต็มที่เช่นกัน หากจะมีเรื่องกันก็มีมันซะนี่แหละ...

“อย่าน่าจินไม่เอานะ...เรียวจังก็พอกันนั่นล่ะ ทัตจังไปทำอะไรให้?”คราวนี้เป็นเจ้าตัวเล็กของจินที่ออกหน้ามาบ้างหลังจากที่รู้เรื่องทั้งหมดจากจิน....ยอมรับว่าครั้งนี้ก็ไม่เข้าข้างเรียวเลยสักนิด

“อย่างนายจะไปรู้อะไรเล่า!!!!”ใช่ ใครจะไปรู้อะไร ไม่ลองมาเป็นเค้าดูมั่งล่ะ? พอคิดแบบนั้นอารมณ์โกรธก็ปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรง ตอนนี้เรียวพร้อมจะระเบิดทันทีที่มีคนมากระตุ้น

“ใช่ ชั้นไม่รู้ แต่ชั้นรู้อย่างหนึ่งนะเรียว ว่าทัตจังน่ะ ต้องเสียใจมากๆเพราะเรียวทั้งนั้น!!!!!!!!!”มาแล้วไอ้คำพูดกระตุ้น....

เสียใจเพราะเค้าคนเดียว...หึแล้วที่ตัวเองแทบบ้าอยู่ทุกวันนี้ไม่ใช่เพราะร่างบางคนนั้นเหรอ

“พอกันที มันจะมากไปแล้วนะ คาเมนาชิ!!!!!!!!!!!”เรียวลุกขึ้นทำท่าจะเข้าไปต่อยร่างเล็ก แต่จินเองก็สุดจะทนแล้วเหมือนกัน คาเมะเพียงแค่จะช่วยแต่เรียวกลับทำแบบนี้ พอกันที เส้นฟางเส้นสุดท้ายขาดผึ่ง เมื่อจินเองที่เป็นฝ่ายกระโดดเข้าไปต่อยหน้าเรียว โดยที่อีกฝ่ายไม่ทันได้ระวังตัว เพราะเป้าหมายอยู่ที่คาเมะ

ไม่มีใครขยับเขยื้อน ทุกคนตกอยู่ในความตกใจและสับสน ไม่นึกว่าจินจะเป็นคนที่ลุกขึ้นมาต่อยเรียว ยามะพีได้สติก่อนยูนิดหน่อยรีบวิ่งเข้าไปล็อคจิน ที่กำลังจะเข้าไปซ้ำเรียว ส่วนยูที่ได้สติตามๆกัน ก็วิ่งเข้าไปล็อคเรียว สองคู่ปล้ำกันอยู่นานกว่าจะยอมสงบลง....

ไม่มีใครพูดอะไรอีก นอกจากจินที่เดินหนีออกไป โดยมีคาเมะวิ่งตาม ส่วนเรียวก็เดินสวนไปอีกทางหนึ่ง แต่กลับไม่มีใครตามเรียวไป....หากในเวลานี้ร่างบางอยู่ข้างๆล่ะก็....เรียวคงไม่ต้องเดินหันหลังไปคนเดียวแบบนี้หรอก.....คงจะมีใครคนหนึ่งที่วิ่งตามไปคอยประคบประงมแผลทันทีเลยล่ะ.....

แต่ตอนนี้มีเพียงเรียวคนเดียวที่เดินไปพร้อมรอยฟกช้ำที่มุมปาก....ทุเรศตัวเองสิ้นดี....

 

คาบเรียนภาคบ่ายเริ่มต้นขึ้นแล้ว...ตอนนี้อย่าให้เรียวกับจินเข้าใกล้กันเป็นดีที่สุด ยามะพีจึงตัดสินใจมานั่งขั้นไว้ อีกคนกลายเป็น ยูกับยามะพีนั่งขึ้นกลางระกว่างเรียวกับยู โดยมีที่ว่างขั้นไว้อีกที่หนึ่ง ที่ของคนที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เรียวถูกเพื่อนทั้งกลุ่ม โกรธ....

ร่างบางเข้ามาในห้องแล้ว...ก็ตรงเข้าไปนั่งที่ โดยพยายามหลักเลี่ยงการมองหน้าเรียวให้มากที่สุด...แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้..สายตาพลันไปเห็นรอยช้ำที่มุมปาก...เรียว? เกิดอะไรขึ้น

ร่างบางรีบโน้มตัวไปทางเรียวทันที มือบางพยายามจะเอื้อมไปแตะที่มุมปากช้ำนั่น 

“เรียว เกิดอะไรขึ้น เจ็บไหม...”มือบางกำลังจะแตะที่มุมปากนั่น แต่กับถูกมือของเรียวรวบไว้ซะก่อน

 

“อย่ามายุ่งกับชั้น”  พูดด้วยน้ำเสียงเหมือนตอนเจอกันครั้งแรกไม่มีผิด...หน่วยตาร้อนผ่าวทันที...ทั้งเจ็บทั้งกลัว

เรียวเปลี่ยนไปแล้วจริงๆเหรอ?....

เรียวเห็นน้ำตาที่คลอในหน่วยตานั้น ความรู้สึกสับสนตีกลับขึ้นมาให้จุกในอก....บีบมือบางแรงขึ้น เพราะอึดอัดก่อนจะใช้เท้าถีบ ทั้งโต๊ะและเก้าอี้ของร่างบางล้มระเนระนาด....แม้จะนั่งอยู่แต่ขาของเรียวก็สามารถถีบโต๊ะที่อยู่ข้างๆได้สบายๆ...

ไม่มีใครกล้าพูดอะไร เพื่อนคนอื่นที่ดูเหตุการณ์อยู่ต่างพากันพูดไม่ออก....แต่ใครจะรู้ว่า ใจของร่างบางตอนนี้...เจ็บมากเพียงใด...

  

สุดท้ายพอมีเพื่อนคนสำคัญก็ถูกเกลียด

ทำไมล่ะเรียว....ทำไมไม่ฟังชั้นบ้าง

...ชั้นน่ะนะห่วงเรียวที่สุดเลยนะ....

ห่วง...ห่วงมากจนไม่รู้ว่าตัวเองบ้าไปแล้วหรือป่าวเรียว...

ชั้นรู้ตัวมาตั้งแต่ วันที่ขโมยจูบเรียวแล้วล่ะ...ว่าชั้นรู้สึกยังไง

แต่หากเรียวผลักไสกันแบบนี้....ชั้นก็เจ็บจนลุกขึ้นไม่ไหวเหมือนกันนะ....

เรียว...

   

มือเรียวคลายออกแล้ว..ร่างบางเมื่อถูกปล่อยมือ...สองมือก็ร่วงลงสู่อากาศราวกับเป็นตุ๊กตา ใบหน้าไม่อาจบอกได้ว่ามีน้ำตาหรือไม่เพราะร่างบางก้มมันไหว..รู้ว่าถ้าก้มน้ำตาจะไหล...แต่ถ้าไม่ก้ม เรียวก็จะเห็น....

ไม่มีแม้แต่การตัดพ้อ หรือคำพูดขอโทษที่เรียวมักจะได้ยิน...

ร่างบางหันกลับไปยกโต๊ะและเก้าอี้ขึ้นตามเดิม ก่อนจะค่อยๆทรุดตัวลงนั่ง...ไม่มีใครรู้ว่าตอนนี้ร่างบางกำลังรู้สึกยังไง...ร้องไห้รึเปล่า แต่ที่รู้คือ...หลังจากตอนนั้น ก็ไม่มีเสียงพูดคุยจากกลุ่มเด็กหัวโจกท้ายห้องอีกตลอดทั้งการเรียนภาคบ่าย....

.

.

.

.

.

เย็นวันนั้น เรียวเดินกลับบ้านเพียงคนเดียว...ตลอดทางเดินกลับ บอกไม่ถูกว่าความรู้สึกที่ก่อตัวขึ้นนี้มันคืออะไร แต่ที่รู้คือตอนนี้...กำลังคิดถึงอย่างสุดหัวใจ...คิดถึงร่างบางที่มักจะคอยเดินข้างๆ ถามถึงแผลบ้างล่ะ ชวนคุยบ้างล่ะ แต่ไม่น่ารำคาญ...เพราะร่างบางไม่เคยเซ้าซี้ให้เรียวหงุดหงิด  เพราะเขารู้ดีต่างหากล่ะ ว่าควรจะทำตัวยังไงให้เรียวไม่รำคาญ...

เมื่อตอนกลางวันยอมรับว่าทำไปเพราะทิฐิ...เพราะจินมองอยู่...จริงๆแล้วอยากตอบไปเหลือเกินว่า เจ็บสิแต่ก็ตอบไม่ได้..

เพราะแค่ทิฐิ...อยากจะบอกเหลือเกินว่าชั้นอยากคุยกับนายมากแค่ไหน....แต่ดูท่า นายคงจะกลัวไม่กล้าเข้ามา...ทั้งๆที่ชั้นรู้ว่านายจะต้องกลับมาเหมือนทุกครั้ง...มาพูดว่าขอโทษชั้นเหมือนทุกที...แต่ทำไมครั้งนี้นายกลับไม่ทำ....นายหายไปไหนกันนะ....

 

วันนี้เป็นครั้งแรกที่ร่างบางโทรศัพท์ให้คนที่บ้านมารับ เพราะไม่อยากเดินกลับเอง ซึ่งไม่นานรถก็มาจอดรับที่หน้าโรงเรียนแล้วเคลื่อนตัวออกไปทันที....ตลอดทางกลับบ้าน สายตาไม่ได้จับจ้องที่จุดใด แต่กลับไร้ประกายอย่างเช่นทุกที ดวงตาเศร้าหมอง..เส้นผมสีดำขลับแนบพิงกับกระจก....

รถกำลังเคลื่อนผ่านสามแยก เรียวที่กำลังจะเลี้ยวไปเส้นทางของบ้านตัวเองชะงักทันที..

ที่พิงอยู่กับกระจกรถคันนั้นไม่ผิดแน่...ทัตซึยะ...ถึงกับไม่อยากเดินกลับบ้านเลยเหรอ?...

 

ท่าทาง...จะเป็นเราที่บ้าไปฝ่ายเดียวสินะ.....บ้าไปที่คิดว่า “ชั้นขาดนายไม่ได้” ประโยคนั้นราวกลับกระซิบกับอากาศ เพราะมันเบาซะจนคนที่พูดก็ไม่แน่ใจว่าตัวเองพูดออกไปรึเปล่า....

 

ทัตซึยะ...พรุ่งนี้จะทันไหม?

 

รถเลี้ยงเข้าบ้านแล้ว ร่างบางรอให้คนมาเปิดประตูรถอย่างเช่นทุกทีก่อนจะก้าวเท้าลงไป...

“ทัตจัง!!!!!!!!!!!!!!!!!!กลับมาแล้วเหรอลูก”เสียงคุ้นเคยดังขึ้นมาจากทางหน้าบ้าน  ร่างบางเงยหน้าขึ้นมอง เสียงแบบนี้เป็นใครไปไม่ได้นอกจาก

“แม่!!!” ร่างของหญิงวัยกลางคนแต่ยังดูสวยสง่า วิ่งมากอดลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของตนอย่างรักใคร่...ร่างบางเองก็กอดตอบเช่นกัน

“กลับมาเมื่อไหร่ครับเนี่ย”กอดถูกคลายออกแล้ว เปิดโอกาสให้ได้ถามไถ่กัน มารดาของร่างบางยิ้มอย่างอารมณ์ดี

“เมื่อกี้เองจ๊ะ รอทัตจังแหละลูก...ว่าแต่ย้อมผมแล้วเหรอ...แม่ว่าสีทองก็สวยดีอยู่แล้วนี่?”ว่าพลางก็จับผมลูกตัวเองดูไปพลาง อันที่จริงที่ทำสีทองน่ะ ก็เพราะคุณแม่นั่นแหละ จับย้อมมาตั้งแต่เด็กๆ เพราะลูกผิดขาวเลยอยากให้ดูเด่นๆ แต่ไหงลูกชายกลับหนีไปย้อมสีดำทมึนแบบนั้น

“ก็...อยากลองเปลี่ยนดูน่ะฮะ”ร่างบางกระอ้อมกระแอ้มตอบไป ในเมื่อลูกชายว่างั้น ผู้เป็นแม่ก็ไม่อยากขัดใจ ลูบผมลูกชายเล่นไป ก่อนจะนึกขึ้นได้

“เออใช่ คุณพ่ออยากเจอแหน่ะ...เห็นว่ามีเรื่องสำคัญจะพูดด้วย”...

“เรื่อสำคัญ?” ร่างบางถามอย่างสงสัย  ใจเต้นรัว ราวกับจะเป็นอะไรซักอย่างที่บอกว่า ไม่ดีแน่

“จร่ะ เข้าบ้านก่อนนะ”ผู้เป็นแม่จูงมอลูกชายเข้าบ้านไป

 

อาจจะถึงเวลาแล้วก็ได้....มันมักจะเป็นแบบนี้เสมอแหละ...

แต่ว่า...สุดท้ายคงไม่ได้บอกลากันสินะ...

 

ดีแล้วล่ะ....ไม่อย่างงั้น ...คงจะเจ็บปวดมากกว่านี้...

.

.

.

.

 

ร่างบางเก็บกระเป๋านักเรียนเสร็จแล้ว ก็ตรงไปยังห้องทำงานของผู้เป็นพ่อทันที  พ่อมักจะชอบนั่งอยู่ในนี้เสมอ...เพราะไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน คุณพ่อก็มักจะมีงานรุมตลอด....

ก็อกๆๆ

 

เสียงเคาะเบาๆที่ประตู ดังขึ้นเพียง 2-3 ที ก่อนร่างบางจะค่อยๆเปิดประตูเข้าไป  ตรงไปยังโซฟาทางด้านหน้า ซึ่งบิดาของตนกำลังนั่งรออยู่ตรงนั้น

“ทัตซึยะมาแล้วเหรอ?” เสียงบิดาดังขึ้นทั้งๆที่ร่างบางยังไม่ทันได้ ส่งเสียงอะไรออกไป

“พ่อมีเรื่องอะไรจะคุยกับผมฮะ”ร่างบางตอนนี้มานั่งที่โซฟาฝั่งตรงข้ามแล้ว ไม่ได้จ้องหน้าบิดากลับไป แต่ก้มหน้านิ่ง...บางอย่างในใจกำลังร่ำร้อง...

“ก็...นะ...เหมือนเดิม...พ่อกับแม่ต้องไปดูงานที่สาขาต่างประเทศ”เสียงบิดายังคงนิ่ง คงความเรียบเฉยไว้ได้ แต่คำว่า”เหมือนเดิม”นี่...ทำให้ปีศาจที่กำลังร่ำน้องอยู่ในใจ เริ่มจะ ส่งผลหนักเข้าแล้วล่ะ

“แต่ครั้งนี้ คงไปนานหน่อย”

“นานแค่ไหนครับ”น้ำเสียงของร่างบางไม่ดีเลย....สั่นคลอน แต่หวั่นเกรง กับความจริงที่กำลังใกล้เข้ามา..

“8 ปี”

!!!!!”ร่างบางไม่ได้พูดอะไร...ดวงตาเบิกโพลง...8ปี...

“เพราะงั้น...ครั้งนี้ อาจจะต้อง..พาลูกไปด้วย...ถ้ายังไง..”บิดายังไม่ทันจะพูดจบ...

“งั้นเหรอฮะ....จะให้ผม...ไปทำเรื่องลาออกเลยไหม?”ร่างบางก้มหน้า...น้ำตาไม่ได้ไหล แต่ในใจกำลังร้องไห้...รู้อยู่แล้ว

ทำใจไว้แล้ว  แต่พอมาเจอเข้าจริง...กลับทนไม่ได้...

“ทัตซึยะ...แต่ถ้าลูกไม่อยาก...”บิดายังไม่ทันจะพูดจบ

“ไม่เป็นไรฮะ....ถ้าเกิดรีบล่ะ ก็...ผมจะไปทำเรื่องพรุ่งนี้เลยแล้วกัน”

“ยังไม่ต้องรีบหรอก....พ่อให้เวลาลูกคิด 1 วันนะ...ถ้าเกิดตัดสินใจได้แล้ววันมะรืน ค่อยว่ากัน”พูดจบร่างบางก็เดินออกไปทันที...น้ำตากำลังจะไหล...

 

มีอะไรให้ต้องคิดทบทวนบ้างนะ...

เรียว....ไม่อยากเห็นหน้าเราแล้ว...ไปก็ดีเหมือนกันนะ

เพื่อนๆ ทั้งกลุ่ม คาเมะ ยามาชิตะคุง ชิโรตะคุง อคานิชิคุง....ทุกคนจะโกรธเราไหม?

แต่ว่า....ถึงเราไม่อยู่ก็คงไม่มีอะไรเปลี่ยนไป  อาจจะดีก็ได้..เรียวจะได้กลับไปเป็นเหมือนเดิมกับเพื่อนๆ...

 

ไม่มีเหตุผลที่พอจะเหนี่ยวรั้งเลย.....เรียว...ถ้านี่เป็นการทำเพื่อนาย  ครั้งนี้ชั้นจะไป....เพื่อนายนะเรียว

ถึงแม้ว่าชั้นน่ะ...เจ็บมากแค่ไหน  แต่อยากให้รู้....ชั้นทำไป เพื่อเรียวคนเดียวนะ....เรียว...

วันถัดมา ร่างบางไม่ได้มาโรงเรียน สร้างความแปลกใจให้กับเพื่อนๆมาก  แต่ไม่เลยสำหรับเรียว...คงแค่อยากจะหนีหน้าเท่านั้นแหละ....ไม่อยากเดินมาด้วยกัน ไม่อยากกลับด้วยกัน....

หึ...สุดท้าย นายก็แค่คนน่ารำคาญจริงๆสินะ......

.

.

.

.

ตลอดคาบเรียนช่วงเช้า ผ่านไปอย่างราบลื่นไม่มีเสียงเอะอะ ไม่มีการทะเลาะกัน ไม่มีเสียงรบกวน ทั้งห้องกลับรู้สึกว่า...มันเงียบผิดปกติเกินไป....ขาดอะไรไปรึเปล่า

 

“นี่จิน...วันนี้ทำไมทัตจังไม่มาล่ะ”คาเมะถามออกไป พักเที่ยงวันนี้ กลุ่มหัวโจกไม่ได้ลงไปทานข้าว แน่นอนว่าเรียวด้วย...

“อืม...ไม่สบายล่ะมั้ง..”จินเองก็ไม่สบายใจนัก....แบบนี้ยอมรับว่าไม่ชอบเลย...

“เอาไงดี?”จู่ๆ ชิโรตะก็พูดขึ้น ทุกคนมองอย่างไม่เข้าใจ ก่อนที่ยูจะเพยิดหน้าไปทางเรียว...

“เหอะ...ช่างหัวมันดิ”จินพูดอย่างหมั่นไส้...ใช่ เรียวไม่ได้มานั่งรวมกลุ่มด้วย กลับแยกตัวไปนั่งคนเดียว...หยิ่งแบบนี้แหละ..

“น่าเบื่อ...อยากกินหมูทอด”จู่ๆ ยามะพีก็พูดขึ้นมา จงใจให้ไปกระทบใครบางคน  จินกับคาเมะนึกสนุกเลยเข้าร่วมด้วย

“อยากดินแฮมเบอร์เกอร์จังน้า” คาเมะแกล้งพูดเสียงดัง เน้นหนักคำว่า แฮมเบอร์เกอร์ แต่ท่าทีของเรียวก็ยังเฉยเมย จินเลยลองเอากะเค้าบ้าง

“เฮ้อ...นั่นสิ...ถ้าตอนนี้ ทัตจังยังอยู่ พวกเราคงได้กินล่าน้า”จงใจเน้นทุกคำ เรียว ยังคงนิ่ง..ทั้งๆที่ ในใจนั้น  กลับรู้สึกไปต่างๆนาๆ

  

“แย่แล้วพวกนาย!!!!!!!!!!!!!!!!!!!” จู่ๆประตูห้องเรียนก็เปิดออก  เพื่อนคนที่เรียวเคยถีบโต๊ะล้ม วิ่งหน้าตาตื่นมา

“อะไร..”จินถามกลับไป ไม่ชอบใจนักที่ถูกกวนเวลาพัก

“อุเอดะ ยื่นใบลาออก ชั้นเห็นเมื่อกี้ ที่ห้องพักอาจารย์”

 

โครม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

เสียงเก้าอี้กระทบกับพื้น เรียวลุกขึ้นทันที ใบหน้าตกใจสุดขีด ก่อนที่จะมีใครพูดอะไรอีก..เรียววิ่งออกไปแล้ว....

“เฮ้ย เรียว!!!!!!!!!!!!ยามะพีทำท่าจะตามไป ก็ต้องหยุดเพราะจินรั้งไว้ก่อน

“ปล่อยมันไปเหอะ...ปัญหานี้ มันต้องจัดการเอง”จินปล่อยมือจากยามะพี ซึ่งยามะพีเองก็พยักหน้าเข้าใจ

เรียววิ่งออกจากโรงเรียนไปแล้ว...ปลายทางไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเรียวกำลังวิ่งไปที่ไหน

 

ทำไมทำแบบนี้.....

แบบนี้น่ะมันเกินไปแล้วนะ

นายทำแบบนี้ทำไม?

จะทำให้ชั้นอกแตกตายหรือไง ทัตซึยะ?

นาย...คิดอะไรอยู่

ไม่เอาแบบนี้นะ...

ชั้นจะ ตะโกนใส่นายนะ

  

ทัตซึยะ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

เรียววิ่งไป ไม่รู้ว่าเหนื่อยรึเปล่าตอนนี้ราวกับความรู้สึกไม่ทำงาน สองเท้าวิ่งไปไม่คิดชีวิต ก่อนจะเลี้ยงอย่างมั่นใจไปที่ทางสามแยก.....

 

รถคันใหญ่กำลัง เตรียมออกตัว เรียววิ่งมาถึงแล้ว แต่ก็ดูเหมือนยังช้าไป  ร่างบางนั่งอยู่ท้ายรถ...เรียวเห็น เรือนผมสีดำ...สีที่ชั้นเคยบอกว่ามันเข้ากับนายดี.....กำลังเคลื่อนตัวจากไป

“ทัตซึยะ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

ทัตซึย๊า!!!!!!”เสียงตะโกนของเรียวดูเหมือนจะไม่มีผล....เมื่อรถคันใหญ่ยังคงเคลื่อนไปข้างหน้า....

“อย่านะ...ทัตซึยะ...ทัตซึยะ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”เรียวหยุดวิ่งแล้ว

และดูเหมือนรถก็หยุดลงเช่นกัน...

 

หมดแรงแล้ว...ชั้นวิ่งไปข้างหน้าไม่ไหวแล้วทัตซึยะ...สายไปไหม....ทัตซึยะ...ลงมาเถอะ

ประตูเปิดออกร่างบางก้างลงมาจากรถ หันมาทางต้นเสียง...ใบหน้าหวานตกใจสุดขีดเมื่อเห็นเรียว...กำลังจะวิ่งไปหา...แต่สองเท้าต้องชะงักเมื่อนึกถึงคำพูดสุดท้ายของเรียว....เรียวไม่ต้องการ....กลั้นใจหันหลังกลับขึ้นรถ....

 

เพื่อเรียว...ต้องรีบออกไปจากตรงนี้....แล้วเรียวจะได้...ไม่หงุดหงิดอะไรอีก....

“อย่า...อย่าขึ้นไปนะ...”เรียวหอบหนักเกินกว่าจะต่อประโยคได้ และเหนื่อยเกินกว่าจะตะโกน...

“แฮ่กๆ...น..นาย..อ..อย่าขึ้นไปนะ..”ร่างบางมองเรียวราวกลับ ไม่เชื่อคำพูดของเรียว..ทำไมล่ะเรียว...เรียวต้องการอะไรอีก?

“น..นาย..จะหนีชั้นไปไม่ได้นะ..”สายตาที่ร่างบางมองมานั้นช่างเจ็บปวด...ใช่แววตาสวยคู่นั้นกำลังตัดพ้อเรียว...

“ช...ชั้น...”เรียวยังคงก้มหน้าหอบอยู่...

“คุณหนูครับ ได้เวลาแล้ว เดี๋ยวจะไม่ทันเอานะครับ”คนขับรถลงมาเตือนร่างบาง ซึ่งร่างบางก็พยักหน้าเข้าใจ ร่างบางกำลังหันกลับขึ้นไปบนรถอีกครั้ง

 

เป็นครั้งแรกที่เรียวรู้แล้วว่า ร่างบางต้องขอโทษเรียวความรู้สึกแบบไหน

การขาดใครไม่ได้สักคนมันทรมานแบบนี้เอง

“อ..อย่าไปเลยนะ”เรียวรวบรวมกำลังเฮือกสุดท้ายตะโกนออกไป...ร่างบางชะงัก แต่ไม่ได้หันกลับมามอง...

ตัดสินใจไปแล้ว...

ไม่ว่าอะไร ก็ต้องเข้มแข็ง....

“ทัตซึยะ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

ร่างบางกำลังจะเข้าไปข้างในแล้ว...ไม่มีเวลาแล้วล่ะ...

ทิฐิทั้งหมดที่เคยสร้างไว้

สิ่งที่เรียวหลีกเลี่ยงมาตลอด...

ถึงเวลา ยอมแล้วล่ะเรียว..

“ชั้นขาดนายไม่ได้นะ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”คำสุดท้ายเรียวตะโกนไปสุดเสียง ก่อนที่ก้มแทบยืนไม่ไหวแล้ว

ร่างบางชะงักไปทันที ใบหน้าสวยหันกลับมามอง....

ไม่มีคำพูดใดใดอีกแล้ว ไม่ต้องสร้างกำแพงอีกแล้ว...สองเท้าพาตัวเองวิ่งไปหาอีกคน...

อีกคนที่มารั้งเค้าไว้....

ร่างของเรียวแทบจะล้มลงไปเมื่อร่างบางโถมเข้าก่อนเรียวพร้อมน้ำตาจำนวนมากมายมหาศาลที่เรียวก็ไม่อาจได้เห็นเมื่อใบหน้าหวาน ซบลงที่ไหล่ลาดนั่น...

“เจ้าบ้าเอ้ย”...สองแขนของเรียวยกขึ้นโอบร่างบางไป...เกือบแล้วไหมล่ะ...เรียว เกือบสูญเสียคนสำคัญของนายไปแล้ว...

.

.

.

ต่อไปนี้ ชั้นสัญญา...ว่าจะจับมือของนายไว้

สัญญาว่าจะไม่ปล่อยมันอีกแล้ว

ชั้นรู้แล้วล่ะ...รู้แล้ว...นายน่ะสำคัญขนาดไหน...

นายทำลายมันแล้ว ทั้งทิฐิและศักดิ์ศรีของชั้น....ตอนนี้ชั้นจะตามใจหัวใจของชั้น

.

ชั้นตกหลุมรักนายเข้าให้แล้ว ทัตซึยะ...

ชั้นรักนาย...Fin…

 จากใจของ ฮายะ

จบเเล้วววว กับฟิคเรื่องนี้ ดีใจมากเลยค่ะ บล็อกเก็บฟิคน้อยๆ ของเราฮ่ะๆๆๆ

สำหรับเรื่องราวของหนุ่มขาดเเคลเซียมอย่างเรียวคุง ยังไม่จบนะคะ

ภาคต่อของฟิคเรื่องนี้ ใช้ชื่อว่า Only you เป็นตอนที่ ทั้งหมดขึ้นม.ปลายกัน

ยังไงก็ ขอบคุณที่ติดตามมาถึงตรงนี้นะคะ

 

 

[[Fiction : I'm falling in love with you ]]Part 10

posted on 13 Oct 2009 06:01 by uedafiction  in RyoxTatsuya

[Fiction] I’m falling in love with you

[RyoxUeda]

[Author] Hayase-Haya

Part X

        

“เฮ้ยๆๆ แกดูนั่นดิ..ใครวะ?”

“โหย...สวยชะมัดเลยว่ะ...นี่เด็กโรงเรียนเราเหรอ?”

“เห้ยนั่น..มันนิชิกิโด เรียวไม่ใช่เหรอ?”

“อ้าว? งั้น...คนนั้นก็ต้องเป็น...

“อุเอดะ ทัตซึยะ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”สองเสียงประสานกันโดยไม่นัดหมาย..เป็นครั้งที่เท่าไหร่ในรอบวันแล้วไม่รู้ ที่เรียวจะได้ยินประโยคทำนองนี้จากนักเรียนคนอื่นๆ ทั้งม.ต้น และม.ปลาย แม้กระทั่งเพื่อนร่วมห้องที่น่าจะเห็นหน้ากันอยู่ทุกวันนะ  แบบนี้มันหงุดหงิดนะเฟ้ย!!!

  

เอาล่ะย้อนความกลับไปเมื่อ 2 วันก่อน ในขณะที่ร่างบางกำลังเข้าห้องเรียนหลังจากลงไปยกสมุดมา

“อุเอดะ!!!! อาจารย์เรียกนายแหน่ะ บอกให้ไปหาด่วนด้วย” เพื่อนคนหนึ่งวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา ทำเอาทุกสายตาในห้องหันกลับมามองร่างบางเป็นตาเดียว แน่นอนรวมทั้งเด็กหัวโจก และ....เรียวที่แทบจะลุกขึ้นตามไปเลยที...

ร่างบางเดินออกไปแล้ว ทิ้งไว้แต่ความเงียบงัน....เพื่อนคนเดิมเข้ามานั่งที่ในห้องแล้ว

“เฮ้นาย....ครูเรียกทัตซึยะไปทำไม?”เรียวเดินมาประชิดถึง ท่าทางหาเรื่องเต็มที่...แน่นอนว่า เวลานี้ไม่มีใครกล้าหือกับ นิชิกิโด เรียวอยู่แล้ว

“...ม..ไม่รู้...ช..ชั้นแค่...เดินผ่าน..เค้าก็ให้ชั้นมาเรียก อุเอดะไปน่ะ..”เพื่อนผู้น่าสงสารคนนั้น ตอบเรียวด้วยความกลัวสุดขีด...หน้าแทบซีดเป็นไก่ต้ม....รู้ๆกันอยู่กิตติศัพท์ของ นิชิกิโด เรียว  แล้วนี่เพื่อนทั้งกลุ่มก็เดินมาเป็นแบคอัพอีก...ผมยังไม่อยากต๊ายยยยยยยย

“อะไรวะ...แค่นี้ก็ไม่รู้เหรอ  ไอ้งั่ง”เรียวถีบโต๊ะเพื่อนผู้น่าสงสารคนนั้นเต็มแรงก่อนจะสบถอย่างหัวเสียงกลับไปนั่งที่ตามเดิม แน่นอนว่าพวกชิโรตะ ยูก็กลับนั่งที่ด้วยเช่นกัน บรรยกาศในกลุ่มเริ่มไม่สู้ดีแล้ว...เพื่อนในห้องต่างพากัน เกาะกลุ่มเพื่อความปลอดภัยแล้วตอนนี้...ไม่รู้ว่านิชิกิโด มันจะเกิดบ้าอะไรขึ้นมาอีก....ยิ่งโตยิ่งดุเว้ย...ม.3 แล้วดูท่าจะร้ายกาจกว่าตอนเด็กๆเยอะเลย...

เวลาผ่านไปเกือบหมดคาบเรียนคาบแรก เรียวไม่มีกระจิตกระใจจะเรียนแม้ซักนิด ร่างบางหายไปนานเกินไปแล้ว...สายตาสอดส่องออกไปที่ประตูบ่อยๆ ก็ไม่ปรากฏร่างที่มองหาอยู่เลย...จนกระทั่งคาบเรียนที่หนึ่งก็หมดไป...ช่วงเยรกก่อนเริ่มคาบต่อไป ไม่ทำให้บรรยกาศในห้องดีขึ้นเลย เมื่อนิชิกิโด เรียวยังไม่มีท่าทีจะเย็นลง....

ครืด...

เสียงเปิดประตูดังขึ้น ทุกสายตาหันไปโดยอัตโนมัติ ในใจภาวนาให้เป็น อุเอดะ ทัตซึยะ  เพื่อทั้งห้องจะได้พ้นเขตอันตรายซักที แล้วความหวังก็เป็นจริงเมื่อร่างบางเดินเข้ามาในห้อง แต่ยังไม่ทันจะถึงที่นั่ง ก็ถูกเพื่อนทั้งกลุ่มเข้ามารุมไว้ซะก่อน แน่นอนว่า...เรียวเองก็ยังลุกขึ้นมาอีกคน

“เค้าเรียกนายไปทำไม? ไปทำอะไรมา?” ไม่แปลกว่าปฏิกริยาตอบสนองของเด็กกลุ่มนี้ที่มีเวลาโดนอาจารย์เรียกจะโอเว่อร์ซักหน่อย เพราะปกติแล้ว ถ้าตัวเองโดนเรียกไป ถ้าไม่โดนทำโทษ ก็เกี่ยวกับเรื่องที่ไม่ดีซะทุกทีไป....พวกนายลืมไปแล้วเหรอ?ว่าร่างบางน่ะ...ไม่เคยไปมีเรื่องกับใครเหมือนพวกนาย?

“อ...เอ่อคือ...ไม่มีอะไรมากหรอก”ร่างบางตั้งตัวไม่ทัน นอกจากตอบไปตามความจริง.....ก็ไม่ได้มีอะไรมาก แค่โดนเรียกไปตักเตือนเรื่องสีผม...

“อุเอดะ แรกๆที่เธอเข้ามาในโรงเรียนน่ะ ครูเห็นว่าเธอเป็นเด็กใหม่เลยไม่อยากจะว่าหรอกนะ  สีผมน่ะ...แต่ผมขึ้น ม.2 ก็ดูเธอไม่ใส่ใจกับมันเลย...ตอนนี้ก็ม.3 แล้วเธอก็ไม่ใช่นักเรียนใหม่แล้วนะ...ครูว่าสีผมน่ะ....ไปย้อมกลับเป็นสำดำซะเถอะนะ..” แค่เรื่องเดียว คุณครูบ่นได้เป็นคาบเลย..ทำเอาร่างบางต้องขาดคาบเรียนแรกไปโดยปฏิยาย...

.

.

ร่างบางยังไม่ได้บอกเรื่องนี้กับเพื่อนในกลุ่มหรือแม้แต่เรียว...เพราะใจหนึ่งก็ไม่อยากให้เพื่อนพูดอะไรมากเรื่องสีผม...จริงอยู่ที่สีผมแบบนี้เป็นสีที่ไม่ถูกระเบียบนักสำหรับเด็กม.ต้น...แต่มันก็เป็นสีที่ร่างบางทำมาตั้งแต่เด็ก...ยังไงซะการทำสีนี้มันก็ทำให้มีความมั่นใจมากกว่านี่นา....

ร่างบางยังคิดไม่ตกเรื่องสีผมที่ผิดกฎระเบียบ ทำเอาวันนี้ทั้งวัน เหมือนกับตนสติล่องลอย ในหัวคิดอยู่เรื่องเดียวจนไม่มีกระจิตกระใจจะสนใจอะไรทั้งสิ้น....เรียวสังเกตเห็นอยู่นานแต่ก็ไม่คิดจะถาม...เพราะยังไงซะตอนเย็นก็ยังมีเวลาให้ซักจนหมดเปลือกล่ะนะ...

  

แล้วก็เป็นเวลาที่เรียวรอคอย ตอนเย็นขณะเดินกลับบาง ร่างบางก็ยังมีท่าทีไม่เต็มเต่งอยู่นั่นเอง เดินถอนหายใจไปเกือบตลอดทางทั้งยังต้องให้เรียวคอยกระชากแขนหลบเสาไฟฟ้าอีก...

“ตกลงนายโดนเรียกไปเรื่องอะไรกันแน่”เรียวเริ่มทนไม่ไหว ก็ตัดสินใจถามมันตอนนี้เลยนั่นแหละ

“ก็...”ร่างบางยังไม่รู้จะบอกดีไหม ถึงใครจะมองว่ามันเป็นเรื่องเล็ก...แต่สำหรับร่างบางมันเหมือนเรื่องใหญ่เลยเชียวล่ะ

“อยากให้ชั้นหงุดหงิด?”เรียวพูดออกไปสั้นๆ น้ำเสียงไม่ต้องบอกก็รู้ว่า เริ่มแล้วล่ะ...ไอ้หงุดหงิดน่ะ...ยิ่งโต ยิ่งเหมือนคนขาดแคลเซียม หงุดหงิดง่ายกว่าเมื่อตอนเด็กๆอีก....

“ไม่ใช่อย่างนั้นนะ...ค..คือว่า...โดนดุ...เรื่อง..สีผมน่ะ”ร่างบางก้มหน้าลงต่ำไม่กล้าสบตา เพราะไม่รู้ว่าเรียวจะออกเห็นว่ายังไงน่ะสิ...จะว่าเค้าน่ะหน้าตาประหลาดกว่าเดิม 10 เท่าไหมนะ ถ้าเกิดผมมันเป็นสีดำ...

“หืมผม...ผมนายก็ไม่ได้มีอะไรผิดระเบียบหนิ..”นั่นไง.....อยู่โรงเรียนมากี่ปี...เรียวคุง

“ต..แต่..อาจารย์ว่าผิด”ร่างบางไม่ได้เถียงแต่บอกไปตามความจริง ซึ่งเรียวก็ไม่ได้พูดอะไร เพราะยังไงซะ กฎระเบียบเป็นไง เรียวไม่ได้สนใจอยู่แล้ว...

“งั้นเหรอ...แล้วนายจะทำไง”เรียวถามไปตรงๆ เพราะถ้าเป็นเรียว เรียวคงไม่สน...พอใจจะทำซะอย่าง

“ก..ก็แล้วเรียวว่าไง...”ร่างบางเงยหน้าขึ้นมอง...อยากให้เรียวบอก...เพราะอยากทำแบบที่เรียวจะไม่ด่าว่าประหลาด...

“.........”เรียวไม่ตอบเพียงแค่หันกลับมามองหน้าร่างบางเท่านั้น ก่อนจะกันกลับไปมองทางตามเดิม

“ถ้าจะทำ ก็ทำไปสิ...มันเรื่องของนาย”พูดจบก็เดินนำลิ่วๆไป ใช่จะทำยังไง นายก็ยังเป็นนาย....

“ร..เรียว”เสียงเรียกจากด้านหลังไม่ได้ทำให้เรียวหยุดเดินเลย ก่อนจะหายลับไปทางหัวมุม สามแยก....โดยไม่สนใจร่างบางอีก....

“เฮ้อ....เอาไงดีล่ะเรา”ร่างบางบ่นพึมพำกับตัวเองก่อนจะเรียวกลับไปทางบ้านตัวเอง....

.

.

.

เหมือนเช่นทุกวัน เรียวเดินตรงไปยังจุดนัดพบเขากับร่างบางวันนี้ไม่มีอะไรให้น่าสนใจอีกตามเคย....นอกเสียงจากใครบางคนที่เรียวไม่คุ้นตานัก มาดักรอตรงที่ที่เรียวกำลังไป...

เส้นผมยาวประบ่า สีดำสนิทตัดกับผิวขาวสะอาดราวกับน้ำนม ร่างกายบอบบางที่แทบจะแยกไม่ออกว่าเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง หากไม่มีเครื่องแบบนักเรียนมาเป็นตัวตัดสิน  เรียวจ้องมองคนคนนั้นอยู่นานก่อนอะไรบางอย่างจะทำให้เรียวชะงักไป.....

ร่างบางหันมาสบตาเรียว...แววตาตระหนกเล็กน้อย ก่อนจะรีบหลบตา ใบหน้าขาวเริ่มแดงระเรื่อขึ้นทันที...ไม่ต้องเพ่งอีกรอบก็รู้แล้วล่ะว่า....ใคร

“อ..อรุณสวัสดิ์ เรียว”ร่างบางเอ่ยอย่างขัดเขินเมื่อรู้ตัวว่าถูกเรียวจ้องอยู่...การที่จู่ๆใบหน้าก็เปลี่ยนไป ทำให้ไม่แปลกเลยที่ร่างบางจะเกิดความไม่มั่นใจตัวเองขึ้นมาในทันที....สีผมแบบนี้ เรียวต้องว่าว่ามันประหลาดแน่ๆ....ทำไงดี...อยากกลับบ้าน...

“......เข้ากับนายดี”พูดแค่นั้นก่อนจะทำเหมือนเช่นทุกที เรียวเดินนำลิ่วๆๆๆ ไปอีกแล้ว ร่างจึงจำเป็นต้อง สะบัดความดีใจ ความเขินอาย หรืออะไรก็แล้วแต่ทิ้ง ก่อนจะรีบวิ่งตามเรียวให้ทันก่อนตะโดนทิ้ง

เรียวชม...เรียวชมว่าเข้ากับเราดี.....เป็นครั้งที่ถูกเรียวชม....ด..ดีใจจังเลย...ดีใจที่ตัดสินใจย้อมสีดำ...สีเดียวกับเรียว...

ร่างบางที่ยังคงสีแดงระเรื่อบนใบหน้าไว้ เดินก้มหน้าซ่อนยิ้มไปจนถึงโรงเรียน ก่อนที่ความประหม่าจะกลับมาอีกครั้ง เมื่อใครต่อใครก็ต่างพากันซุบซิบนินทาอะไรซักอย่าง...แล้วสุดท้ายก็ต้องตะโกนชื่อเค้าออกมา....

.

.

.

.

.

 

“เฮ้ยๆๆ แกดูนั่นดิ..ใครวะ?”

“โหย...สวยชะมัดเลยว่ะ...นี่เด็กโรงเรียนเราเหรอ?”

“เห้ยนั่น..มันนิกิชิโด เรียวไม่ใช่เหรอ?”

“อ้าว? งั้น...คนนั้นก็ต้องเป็น...

“อุเอดะ ทัตซึยะ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

  

“เห้ย ไอ้พวกบ้า  ไม่เหมือนเห็นคนใช่ไหม? ซุบซิบนินทากันอยู่นั่นแหละ รำคาญโว้ย แล้วจะบอกให้รู้ ว่าหมอนี่น่ะ ผู้ชายเว้ย ไอ้พวกไม่มีตา!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”และความอดทนของเรียวก็หมดลง เหยื่อนักเรียนรุ่นน้องสองคนที่ตกเป็นผู้โชคร้ายต่างพากัน ขอโทษขอโพย ก่อนจะวิ่งหายลับไปทันที  ถ้าเป็นเด็กม.ต้นล่ะก็ไม่มีใครที่ไม่กลัวเรียวเลยสักคน คงเพราะกิตติศัพท์อันเลืองลือนี่แหละ..ถึงแม้ตอนนี้จะไม่มี ประธานนักเรียนอย่าง จุน มัตสิโมโต้ มาคอยคลุมกะลาหัวแล้ว ก็ใช่ว่าเรียวจะกลัวใคร...เพราะตอนนี้ เรียวเองก็โตเป็นเด็กหนุ่มคนหนึ่ง รวมทั้ง ยู จิน และยามะพี(ที่รายนี้นับมันมันจะยิ่งสวยมากกว่าหล่อ)ต่างก็โตๆกันหมดแล้ว แน่นอนว่าเจ้าตัวเล็กของจินนับวันก็ยิ่งสวยซะจน เอาจินต้องตามไปเคลียร์บ่อยๆเหมือนกัน

“นายก็ด้วยโดนนินทาต่อหน้าต่อตาแบบนี้ก็หัดพูดอะไรบ้างเซ่!!! อย่าเอาแต่เงียบ เห็นแล้วชั้นรำคาญ”เอาล่ะถัดจากรุ่นน้องสองคน ก็มาลงที่ร่างบางต่อ...กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วล่ะสำหรับร่างบางน่ะ...เพราะการที่เรียวทำแบบนี้มันก็แสดงว่าเค้าห่วงล่ะนะ

“ก็...”อึกอักตอบไปตามเคย เพราะถึงแม้จะชินยังไง การรับอารมณ์ของเรียวแบบกะทันหันมันก็ยังไม่ใช่เรื่องอยู่ดี

“ก็อะไรอีก...”สายตาคาดคั้น จนเกือบจะเป็นคาดโทษถูกส่งมาให้ร่างบาง เอาคนถูกคาดทำอะไรไม่ถูกเลย กลัวจะแย่แล้ว

“ก็คือ...”ยังไม่ทันจะพูดอะไรอีก ร่างบางก็ถูกนักเรียนรุ่นพี่สองคนมารุมซะก่อน

“น้องครับๆๆๆ ชื่ออะไรอ่ะ...เด็กใหม่เหรอ? ทำไมพี่ไม่เคยเห็นหน้าเลยล่ะ?”นักเรียนคนหนึ่งพูดขึ้นมาก่อน

“ใช่ๆๆๆ แล้วนี่มีแฟนยัง? เรียนอยู่ชั้นไหนแล้ว สนใจจะมีพี่ติวให้ไหม?”ยิงคำถามพร้อมข้อเสนอมาเป็นชุด...ท่าทางจะไม่เห็นเรียวที่ยืนหัวโด่อยู่ข้างๆ ที่ตอนนี้แทบจะติดไฟอยู่แล้ว

“เออ.คือว่า”ร่างบางยังพูดไม่ทันจบ

“เฮ้...ไอ้พวกหูดำ....ไปไกลๆ ก่อนที่ส้นตีนกูจะยกขึ้นประทับรอยบนหน้าพวกมึงซะ”น้ำเสียงเย็นยะเยือก ทำเอาเด็กรุ่นพี่เสียงสันหลังวาบ...นิชิกิโด เรียว หัวโจกเด็กม.ต้น....ไม่นึกเลยว่า น้องหน้าสวยคนนี้จะเป็นของหมอนี่....กร่อยเลยสิงานนี้

“เรียว...ใจเย็นๆสิอย่ามีเรื่องกันเลยนะ”ไม่ต้องคิดให้เสียเวลาร่างบาง ร่างบางไม่รีรอจะห้ามเรียวทันทีก่อนจะมีเรื่อง เพราะความทรงจำที่เลวร้ายในตอนนั้นมันคงติดตา และร่างบางไม่ต้องการให้มันเกิดขึ้นอีก ยิ่งกับเด็กม.ปลายด้วยแล้ว

“หึ...เข้าข้างมันงั้นเหรอ? อยากให้มันจีบมากเลยงั้นสิ?”ความโกรธไม่เข้าใครออกใคร แน่นอนว่าเรื่องพาลของเรียวก็ด้วย ลองโมโหขึ้นมาล่ะก็...ต่อให้ดินฟ้าอากาศ เรียวก็พาลได้หมดนั่นแหละ

“ป..ป่าวนะ..ม..ไม่..”เอาล่ะสิ..ร่างบางใจไม่ดี รู้แล้วล่ะว่าเรียวโกรธมาก...แต่ยังไม่ทันจะได้อธิบาย

“งั้นก็..ตามสบาย..แล้วไปให้พ้นๆหน้าชั้น อย่ามาให้เห็นหน้าอีกเป็นครั้งที่สองนะ!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

ยิ่งกว่าเสียงฟ้าผ่า

ยิ่งกว่าที่สูง

ตอนนี้ร่างบางกำลังกลัวสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นที่สุด....เรียวเดินไป  ทิ้งให้เค้ายืนคนเดียวท่ามกลางนักเรียนจำนวนมากที่พากันทยอยมาโรงเรียนในตอนเช้า ภาพแผ่นหลังของเรียวมันช่างกรีดหัวใจได้เสียยิ่งกว่าอะไร....เรียวลับตาปะปนไปกับฝูงนักเรียนแล้ว...แต่ร่างบางยังยืนอยู่ที่เดิม....ไม่ขยับเขยื้อน...จนเสียงกระดิ่งดังขึ้น...สองเท้าจึงค่อยก้าวออกไป....

ยังไม่ได้แม้แต่จะอธิบาย

เรียวไม่ได้ฟังเหตุผล

ไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง

แต่เรียวไล่เค้า...เรียวไม่อยากเห็นหน้าเค้าอีกแล้ว....

แล้วเราจะอยู่ยังไงดี...

คาบเรียนวันนั้นร่างบางไม่ได้เข้าเรียน...เพราะคำพูดว่าไม่อยากเห็นหน้าของใครบางคน

แม้ว่าเพื่อนในกลุ่มจะถามถึงยังไง สิ่งที่ได้จากปากของเรียวก็มีเพียงแต่

ไม่รู้

ไม่ต้องเดาก็รู้...ทะเลาะกันอีกตามเคย...แต่ครั้งนี้ร่างบางถึงกับเป็นฝ่ายหลบหน้า...หวังว่าคงไม่ใช่เรื่องอะไรร้ายแรงนะ...

 

ร่างบางนั่งก้มหน้าอยู่ที่ที่เรียวมักจะหนีมาประจำเมื่อหงุดหงิดหรือโมโห....ที่ดาดฟ้า

น้ำตาไหลไม่หยุด แค่เพราะคำพูดของเรียว ไม่อยากถูกโกรธ ไม่อยากถูกเรียวเกลียด....แต่ตอนนี้เรียวไม่อยากเห็นหน้า

คิดได้แค่นั้นน้ำตาก็ไหลลงมาอีก มันห้ามไม่ได้จริงๆ.....ตอนนี้เจ็บ เจ็บไปหมดทั้งใจ...ยอมรับว่าน้อยใจ

ทำไมกันนะ ทำไมเรียวถึงไม่ฟังเหตุผลกันบ้าง?

ที่ผ่านมามักจะเป็นฝ่ายโทษตัวเอง  แต่ไหงคราวนี้ถึงกลับน้อยใจขึ้นมาล่ะ? เพราะอยากให้เรียวเห็นใจงั้นเหเรอ?

คำตอบนี้ร่างบางไม่สามารถตอบได้..นอกจากปล่อยให้น้ำตาช่วยเยียวยาหัวใจ....

 

พักเที่ยงแล้วร่างาบงก็ยังไม่ลงมา ยิ่งทำให้เพื่อนๆเป็นห่วงกันมากขึ้นไปอีก..ปกติร่างบางไม่เคยโดดเรียน...แต่คราวนี้กลับโดดถึง 3 คาบ นอกจากนี้ยังเป็นเวลาพักกลางวันอีกที่ยังไม่ยอมกลับ  แล้ววันนี้จะฝากท้องไว้กันใครเนี่ย?

“ไอ้เรียวนายไปว่าอะไรเค้าอีก?”จินเป็นฝ่ายถามขึ้นมาก่อน เริ่มหมดความอดทนกับท่าทีเฉยเมยของไอ้หมอนี่

ใช่เรียวไม่มีท่าทีว่าจะสนใจร่างบางเลยสักนิด....

“นายควรจะถนอมน้ำใจเค้าบ้างนะ เค้าน่ะห่วงนายกว่าใครๆเลยนะเรียว”ยามะพีพูดขึ้นบ้าง ใช่สิ...ใครๆก็ดูออก ว่าร่างบางน่ะ ห่วงใยเรียวแค่ไหน แถมจะรู้ด้วยซ้ำว่าแววตาของร่างบางที่มองเรียวน่ะมันสื่อถึงอะไร...

“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับชั้น?”เรียวถามกลับท่าทีเย็นชา ทำเอาจิน เริ่มเดือดขึ้นมาจริงๆ

ปัง!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

จินกระแทกโต๊ะของเรียวอย่างแรง 

“นี่นาย มันจะมากไปแล้วนะ”จินเดือดขึ้นมาจริงๆกับนิสัยเสียของเพื่อนซะแล้ว...ตอนนี้น่ะสงสารร่างบางจับใจเลยเชียวล่ะ....เห็นแบบนั้นพวกยามะพีจึงรีบเข้ามาล็อกจินไว้ ก่อนจะมีเรื่องวิวาทกันเกิดขึ้น เพราะดูท่าเรียวเองก็เริ่มไม่ทนแล้วเหมือนกัน....

“เฮ้ พวกนายใจเย็นๆกันก่อนได้ไหม?  ชั้นตอนนี้เราแยกกันไปหาอุเอดะก่อนเถอะ”จินสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของยามะพี ก่อนจะทำท่าทางไม่พอใจอย่างแรงกับท่าทีของเรียว

“เอาเป็นว่าแยกกันไปนะ จินนายไปรับคาเมะ แล้วไปด้วยกันนะ...ส่วนยามะพีนายไปกับชั้น เรียวนายน่ะ...ไปสงบสติอารมณ์ซะแล้วทบทวนด้วยว่า นายทำอะไรลงไป” พูดจบชิโรตะยู ก็แยกย้ายกับเพื่อนไป ตามหาร่างบางทันที เรียวกระแทกตัวลงนั่งเก้าอี้ตามเดิม  อารมณ์เดือดไม่ลดลงซักนิดกลับมีแต่จะเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ.....จนในที่สุด เรียวก็ตัดสินใจเดินออกจากห้องไป....

.

.

ที่ดาดฟ้าร่างบางยังคงก้มหน้า....น้ำตาแห้งเหือดไปหมดแล้ว แต่ตอนนี้ไม่มีใจจะลุกไปไหน....เหน็บกินไปทั้งตัว เพราะนั่งอยู่ท่าเดียวมาตั้งแต่เช้า....แต่ตอนนี้..ให้มันกินไปน่ะดีแล้ว...จะได้ไม่ต้องเดินไปไหนให้เรียวเห็นหน้า....

เสียงประตูตรงเปิดออก ดังก้องไปทั่วบริเวณ ร่างบางเงยหน้าขึ้นมอง เวลานี้ยังไม่น่าจะมีคนมา แต่ก็ต้องตกใจสุดขีดเมื่อ คนที่มากลับเป็นคนที่ตัวเองหนีมา

เรียว...

เรียวไม่ได้เงยหน้ามอง พอปิดประตูดีแล้วก็กำลังจะตรงไปยังจุดประจำของตัวเอง...ก่อนสายจะไปหยุดอยู่ที่ร่างบางที่นั่งกอดเข่าอยู่....ไม่ต้องคิดอะไรให้มากความ เรียวหันหลังกลับ เปิดประตูและจากไปทันที...

“ร..เรียว..เรียวเดี๋ยวก่อน”ร่างบางจะตามไปแต่ทว่า..ร่างกายที่ไม่ได้ขยับมานานหลายชั่วโมงกลับเหนี่ยวรั้งร่างบางไว้ ร่างบางล้มลงกับพื้นทันที....กลัว...กลัวว่าเรียวจะไม่กลับมาคืนดีด้วย....กลัวแผ่นหลังของเรียว

ภาพที่เรียวหันหลังกลับไปเมื่อกี้...มันยิ่งกว่ามีดกรีดลงมาที่ตรงกลางอกอีกนะ....

น้ำตาที่คิดว่าแห้งไปแล้ว กลับไหลลงมาอีก...และคราวนี้คงจะไหลไม่หยุด....

.

.

.

.

เรียวที่กำลังวิ่งลงบันไดมา สับสนกับความรู้สึกของตัวเอง...ตาบวมช้ำขนาดนั้นไม่ต้องบอกก็รู้ว่าร้องไห้หนักขนาดไหน...แต่ใบหน้าสวยนั้นเห็นแล้วก็ยังโมโหเรื่องเมื่อเช้า....

โมโหจนไม่อยากให้ใครมายุ่งกับร่างบาง...

โมโหที่ร่างบางเข้าข้างคนอื่น...

โมโหจนพูดไม่ออก....

ยิ่งเห็นเมื่อกี้ ความรู้สึกที่กำลังจะดับมอดไปกลับเหิมขึ้นมาอีกครั้งราวกับเชื้อเพลิงชั้นดี  แต่ครั้งนี้มันรุนแรงกว่าครั้งแรก แต่กลับต่างจากครั้งแรก...ไม่ได้โกรธเหมือนตอนแรกแล้ว แต่ที่หนีลงมาเพราะไม่อยากเห็นเรียวตาบวมช้ำนั่น....

.

.

.

ตอนเย็น เรียวไม่ได้แม้แต่จะรอให้กระดิ่งดัง ออกจากโรงเรียนก่อนเวลาเพื่อหนีใครบางคนกลับบ้าน ร่างบางที่ลงมาจากดาดฟ้า ผ่านห้องเรียนก็หวังจะเจอคนที่หนีหน้าไปเมื่อกลางวัน  น้ำตาแทบไหลอีกครั้งเมื่อรู้ว่าเรียวกลับไปตั้งแต่ยังไม่หมดคาบเรียนสุดท้าย แม้ว่าเพื่อนๆจะเป็นห่วง ถูกว่ามากมายสารพัดจากเพื่อนๆ  ก็ได้แต่ยิ้มเจื่อนรับไป พร้อมบอกขอโทษ ทั้งๆที่ในใจนั้นคำพูดเป็นห่วงเหล่านั้น กลับแทบไม่เข้าถึงสมองร่างบางเลยสักนิด.....

เย็นวันนั้นร่างบางเดินกลับบ้านคนเดียวพร้อมกับน้ำตา.....

ยิ่งเวลาผ่านไปความผูกพันยิ่งมีมากขึ้น

ไม่ได้ทะเลาะกับเรียวแรงขนาดนี้มานานมากแล้ว....

น้ำตาไหลลงมาไม่ขาดสาย ร่างบางก็ไม่ได้สนใจจะเช็ดมัน ที่ทางสามแยก ยังหวังว่าจะได้เจอเรียวมาดักรอ...จะด่า จะตะคอกกันก็ได้ แต่อย่าโกรธกันแบบนี้เลย มันทรมานนะเรียว....

แต่ที่ทางสามแยกนั่น..กับไม่มีวี่แววของใครอยู่เลย....ร่างบางหันก้มกลับบ้านไป...

.

.

.

 

นายจะด่า จะว่า จะเมินชั้นก็ได้ แต่ตอนนี้ช่วยกลับมาเดินข้างๆชั้นทีเถอะนะ...ชั้นยอมทุกอย่าง จะไม่ให้ชั้นพูดกับใครเลยก็ได้นะเรียว...ชั้นน่ะแค่อยากให้นาย ไม่โกรธไม่เกลียดชั้นเท่านั้น....จะให้ทำอะไรชั้นก็ยอมทั้งนั้น...เพราะฉะนั้นขอร้องล่ะเรียว....หายโกรธชั้นเถอะนะ....หมอนใบใหญ่กลายเป็นรองรับน้ำตาของร่างบางบนเตียงตลอดคืน...

โดยที่ไม่รู้เลยว่า...วันพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น....

ร่างบางหลับไปพร้อมคราบน้ำตา....

“เรียว...”

คำสุดท้ายก่อนที่ ความเหนื่อยล้าจะเป็นฝ่ายครอบงำจนทุกอย่างมืดลง...

To be Continued

[[Fiction : I'm falling in love with you ]]Part 9

posted on 13 Oct 2009 05:51 by uedafiction  in RyoxTatsuya

[Fiction] I’m falling in love with you

[RyoxUeda]

[Author] Hayase-Haya

Part IX

     

วันนี้อากาศสดใส แต่สีหน้าร่างบางกลับไม่สดใสไปด้วย ทั้งๆที่วันนี้น่ะ น่าจะเป็นวันดีแท้ๆ แต่เรียวกลับลาป่วยเพราะไม่สบาย  ย้อนไปถึงเมื่อเช้า

ร่างบางเดินไปรอที่สามแยกตามปกติ จะพูดว่ารอก็ไม่ถูก เพราะปกติจะเป็นเรียวที่มักจะมารอก่อนเสมอ...แต่วันนี้ร่างบางยืนรออยู่นานก็ไม่เห็นวี่แววของเรียวเลย   เลยตัดสินใจไปหาเรียวที่บ้าน  ยืนเรียกอยู่นานก่อนที่คุณแม่เรียวจะออกมาแล้วบอกว่าเรียวไม่สบายอย่างหนัก...ให้ร่างบางไปเรียนก่อนได้เลย จะขอเข้าไปเยี่ยมก็ไม่กล้าพูด จึงได้แต่เดินคอตกไปโรงเรียนก่อนเท่านั้นเอง...

 

ทั้งๆที่กะว่าจะชวนเรียวแล้วก็ทุกๆคนไปทานไอศกรีมด้วยกันแท้ๆ.....อุตส่าห์กล้าข้ามสะพานลอยนั่นแล้วแท้ๆ

เวลาพักเที่ยงของวันนี้ดูน่าเบื่อสักหน่อยสำหรับร่างบาง เพราะเรียวไม่อยู่คนอื่นๆก็ยังเฮฮาได้ตามปกติ ยกเว้นเสียแต่ร่างบางนี่แหละที่เอาแต่ทำหน้าจ๋อย..

“นี่ๆๆ ทัตจัง ถ้าเป็นห่วงเรียว เย็นนี้ก็ไปเยี่ยมสิ”เจ้าตัวเล็ก ที่เห็นสีหน้าของทัตจังตั้งแต่เมื่อกี้พูดขึ้นมา

“ใช่ๆ ฉันว่านะร้อยวันพันปีกว่าคนอย่างไอ้เรียวจะเป็นไข้ สงสัยคงหนักน่าดู นายไปเยี่ยมเค้าหน่อยเหอะ กลับบ้านทางเดียวกันด้วยนี่นา”จินพูดเสริมขึ้นบ้าง ก็จริงน่ะแหละ ร้อยวันพันปี คนอย่างเรียวถึงจะเป็นไข้จนต้องหยุดเรียนกับชาวบ้านเขา..ถ้าไม่หนักจริงๆไอ้เรียวถึงจะเกเรยังไง ก็ไม่เคยหยุดเรียนเลย

“ย..ยังงั้นเหรอ?”ร่างบางมีสีหน้าดีขึ้นพอเพื่อนแนะนำ แต่ในใจก็ยังกลัวๆอยู่ เพราะไม่รู้ว่าถ้าไปแล้วจะต้องทำตัวยังไงกับคุณพ่อคุณแม่ของเรียว...

“นี่นาย คุงไม่ได้กลัวพ่อแม่เรียวอยู่ใช่ไหม?”ชิโรตะ ยูที่ดูเหมือนจะรู้ทันพูดขึ้นมา แหม...มีเรื่องอะไรบ้างที่ชิโรตะยูคนนี้จะรู้ไม่ทัน...

“โหยยยย ทัตจังไม่ต้องไปกลัวหรอก พ่อแม่ของเรียวน่ะ...ใจดีจะตาย อีกอย่างนะคุณน้าน่ะทำกับข้าวอร่อยสะเด็ดไปเลยล่ะ” ยามะพีเสริมขึ้นบ้าง และนี่ก็เป็นเรื่องจริงที่ทุกคนยอมรับ พ่อแม่เรียวน่ะใจดีมาก แต่ไหงเจ้าเรียวกลับชอบทำตัวเป็นเด็กมีปัญหาอยู่เรื่อย...

“ง..งั้นเหรอ....งั้นเย็นนี้ ชั้นจะไปหาเรียวเองแล้วกันนะ”ร่างบางรู้สึกดีขึ้นมาก หลังจากที่ประหม่าอยู่นาน....เอาล่ะสู้ตาย.

.

.

.

แล้วโรงเรียนก็เลิก ร่างบางเดินกลับไปทางปกติ แต่เมื่อถึงทางสามแยกกลับหยุดชะงักไป....จะไปดีไหม....จะเดินไปทางบ้านเรียวดีไหม  ยืนลังเลอยู่นานสุดท้ายก็หันหน้าไปทางตรงกันข้ามกับทางกลับบ้านตัวเองแล้วออกวิ่งไปทันที

ไม่นานนักร่างบางก็มาหยุดอยู่ที่บ้านที่ตัวเองจำได้ดี....บ้านไม่ได้ได้ใหญ่โตหรูหรา เป็นแค่บ้านสองชั้นธรรมดา...นิ้วเรียวเอื้อมไปกดกริ่งหน้าบ้าน....

ติ๊งหน่องๆ

ประเปิดออกหญิงสาวคนเดียวกับเมื่อตอนเช้าเปิดออกมา ร่างบางจำได้ทันทีว่าคนนี้คือคุณแม่ของเรียว

“อ้าว สวัสดิ์ดีจร่ะ หนูเป็นเพื่อนเรียวคนเมื่อเช้านี่นา”คุณแม่เรียวยิ้มให้อย่างใจดี ก่อนจะผายมือเชิญร่างบางให้เข้าไปในบ้าน

“เข้ามาก่อนสิจ๊ะ...เรียวจังอยู่ข้างบนห้องนอนแหน่ะ เดี๋ยวแม่จะไปเรียกให้”ว่าแล้วก็ร่างบางไปนั่งที่โซฟาสีเขียวที่ร่างเคยมานั่งแล้วหนหนึ่งก่อนที่ตัวเองจะขึ้นไปตามลูกชายที่ชั้นสอง

ระหว่างรอร่างบางมองอะไรรอบห้องไปพลางๆ ก็ไม่ได้ต่างกลับครั้งที่มาครั้งที่แล้วเท่าไหร่ แต่ที่ดูแปลกตาไปคงเป็นเพราะมันดูสะอาดขึ้นล่ะนะ...คุณแม่คงทำความสะอาดบ้านระหว่างที่เรียวหลับอยู่ล่ะมั้ง....

ซักพักคุณแม่ก็กลับมา แต่เรียวไม่ได้ลงมาด้วย

“ขอโทษนะจ๊ะ เรียวจังเค้าลุกไม่ขึ้น แม่รบกวหนูขึ้นไปได้ไหม?”คุณน้าถามออกมาร่างบาง ก็พยักหน้าตอบไป

ดีเหมือนกันเรียวจะได้ไม่ต้องลำบาก

ทางเดินขึ้นไป เป็นเพียงบันไดไม้เรียบๆ  แล้วร่างบางก็มาหยุดอยู่ที่หน้าห้องของเรียว...

 

ประตูถูกเปิดออก นี่เป็นครั้งแรกที่จะได้เห็นห้องของเรียว...ใจเต้นขึ้นมาซะดื้อๆ...ไม่ได้ๆๆๆ สงบสติหน่อย  ร่างบางสะบัดไล่ความฟุ้งซ่านออกจากหัว ทีหนึ่งก่อนจะค่อยเปิดเข้าไป.....

ห้องของเรียวไม่ได้ใหญ่โตอะไรมากนัก เป็นเพียงห้องเล็กๆ ที่ติดว่าจะรกเหมือนเด็กวัยรุ่นผู้ชายทั่วไป มุมห้องมีเกมส์ มีโต๊ะทำงาน ตู้เสื้อผ้า....และเตียงที่เรียวนอนอยู่

ร่างบางเดินตรงเข้าไปข้างเตียงแล้วจัดการนั่งคุกเข้าลงบนพื้นข้างๆ

“ร..เรียว เป็นไงบ้าง?”ร่างบางไม่แน่ใจนัก พอเห็นสภาพของเรียวจริงๆ  ใบหน้าแดงก่ำ  มีผ้าโปะที่หน้าผาก ดูท่าท่างยังนอนไม่รู้เรื่องเลยด้วยซ้ำ...

“...ค..ใครน่ะ”น้ำเสียงเรียวแหบพร่า ไม่เหมือนกับเรียวคนเดิมเลย...เล่นเอาร่างบางใจเสียขึ้นมานิดๆ

“ช..ชั้นเอง..ทัตซึยะ”ร่างบางบอกไปแต่เรียวก็ไม่มีได้มีท่าทางอะไรนอกจากนอนหลับตาอยู่อย่างเดิม

“นายเองเหรอ...มาทำไมเนี่ย”เรียวลืมตาขึ้นแล้ว  แล้วตอนนี้ก็ตะแคงมามองร่างบางที่นั่งคุกเข้าอยู่ข้างเตียง

“ช..ชั้นมาเยี่ยม”ตอนนี้น่ะ แทบจะไม่อยากชวนเรียวคุยเลย เพราะอยากให้เรียวพักผ่อนมากกว่า ที่สำคัญร่างบางไม่อยากได้ยินน้ำเสียงแหบพร่าของเรียว...

“....ยุ่งจริงๆ....ชั้นยังไม่ตายซักหน่อย”เรียวจ้องหน้าร่างบางกลับ...แต่ร่างบางก็ทำได้แต่หลบตาก้มหน้าอีกตามเคย..

“เฮ้อ..เอาเถอะ  ว่าแต่นายน่ะ..อย่าเข้ามาใกล้มากนักซี่...เดี๋ยวก็ติดหวัดหรอก”รู้ตัวอีกที  ร่างบางก็เห็นตัวเองน่ะ อยู่ติดเตียงเรียวขนาดไหน...หน้าแดงขึ้นมาทันทีก่อนจะรีบถอยกรูดซะติดผนังห้อง..

“ข..ขอโทษนะ...”ร่างบางหน้าแดงจนเรียวแอบนึกขำ...พิลึกคน...

“ไม่ต้องถอยไปไกลขนาดนั้นก็ได้....ชั้นพูดเสียงดังๆไม่ได้นะ..”เรียวพูดขึ้นมา ร่างบางก็นึกได้ เรียบเข้ามาใกล้อีก แต่ก็เว้นระยะตามที่เรียวบอก...

“แล้วเรียวเป็นไงบ้าง?”ร่างบางถามออกไปในที่สุด มาก็เพราะห่วงนี่แหละ

“ดีขึ้น...”เหมือนตอบไม่ตรงคำถาม แต่คนถามก็รู้สึกดีขึ้นล่ะนะ

“อยากทานอะไรไหม?”ร่างบางเห็นเรียวนอนอยู่อาจจะหิวก็ได้...

“เพิ่งทานไป ก่อนนายมา”

“ง..งั้นเหรอ”เริ่มรู้สึกว่าตัวเองน่ะรบกวนเรียวแค่ไหน....ตอนนี้อยากให้เรียวพักผ่อน...

 

“ไม่ต้องทำหน้าอย่างนั้นก็ได้....”เสียงเรียวเบาลงจนเกือบไม่ได้ยิน เรียวหลับตาลงไปแล้ว...คงจะเพลียมากสินะ....

ลมหายใจสม่ำเสมอ...ร่างบางรู้ได้มันทีว่าเรียวน่ะหลับไปแล้ว....ตัวเองก็ควรจะกลับไปบ้านซะ....แต่ตอนนี้ยังไม่อยากลุกไป...ร่างบางจ้องใบหน้าของเรียวที่กำลังหลับสนิทอยู่อย่างนั้น....เหมือนกับตอนที่เห็นบนดาดฟ้าครั้งแรก หน้าของเรียวตอนหลับนั้น ดูต่างกลับคนละคนที่ชอบตะคอกเค้าเลยจริงๆ...

คิดๆดูนะ...เมื่อก่อนนะกลัวเรียวยังกะอะไรดี....เรานี่ก็กลัวไปหมด ตั้งแต่เสียงฟ้าร้อง ยันกลัวความสูง

แต่เรียวก็ไม่เคยบ่นเรื่องพวกนี้เลย...กลับอยู่ด้วยตลอด....แต่พอเวลาหงุดหงิดก็ชอบตะคอกใส่ ตวาดใส่...

บางทีก็นึกอยากให้เรียวใจดี  แต่นั่นก็ไม่ใช่เรียวอีก...แต่ทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเรียวจะเป็นยังไง  เรียวก็เป็นคนแรกที่อยากจะอยู่ด้วยเสมอ

ไม่อยากทำให้เรียวโกรธ ไม่อยาก ให้เรียวเมิน....มีเพื่อนมากมายแต่กลับ ต้องการเพียงเรียวคนเดียว...

ร่างบางนั่งมองหน้าเรียวอยู่อย่างนั้น นานเท่าไหร่ไม่รู้...จ้องใบหน้ายามหลับนั้นด้วยสีหน้ายังไงตัวเองก็ไม่มีทางรู้...

ใบหน้าหวานตอนนี้อยู่ห่างจากใบหน้าเรียวเพียงคืบเดียวเท่านั้น....ใกล้ซะจนรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆของเรียว..

เปลือกตาปิดลงช้าๆ  ก่อนที่ริมฝีปากอิ่มจะแตะลงไปอย่างแผ่วเบา บนริมฝีปากได้รูปนั่น...

จูบแรกของทั้งคู่...

เกิดขึ้นตอนที่อีกฝ่ายหนึ่งไม่รู้ตัว

และอีกฝ่ายไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่

 

ร่างบางได้สติแล้วก่อนจะรีบเก็บกระเป๋า และวิ่งออกไปจากห้องเรียวในที่สุด

เราทำอะไรลงไป?

เรียวต้องเลิกยุ่งกับเขาแน่ๆ ถ้าเรียวรู้เข้า

นี่เราทำอะไรลงไป  ทำแบบนี้กับเรียวไปได้ยังไงกัน?

ขอโทษนะ ขอโทษนะ ขอโทษนะเรียว

ร่างบางวิ่งตรงกลับไปที่บ้านตัวเอง ก่อนจะปิดประตู ห้องนอนล็อค ไม่ต้องการยุ่งกับใคร

 

หัวใจเต้นแรงโครมครามอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน  ใบหน้าหวานแดงก่ำกว่าครั้งไหนๆที่ผ่านๆมา...

ลมหายใจติดขัดไปหมด  ไม่รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองตอนนี้ มันคืออะไรกันแน่

หรือเขาจะติดไข้จากเรียว....กำลังจะเปิดประตูไปขอยาแก้ไข้ จากแม่นมอิมาอิเหมือนทุกทีก็ต้องหยุดชะงักลง

และถ้าเกิดว่า แม่นมอิมาอิถามว่าติดไข้ได้ยังไง จะตอบว่าอะไรดีล่ะ

ร่างบางปล่อยมือจากลูกบิดประตูทันที ก่อนจะล้มตัวลงนอนบนเตียง ซุกใบหน้าแดงก่ำลงกับหมอน....

เจ้าลา...ชั้นทำผิดกับเรียวไปแล้ว

เจ้าลา...ชั้นควรจะทำไงดี

เจ้าของของนายจะยังอยากคุยกับชั้นอยู่รึเปล่า? ถ้ารู้ว่าชั้นทำแบบนี้ลงไป...

 

เรียวนายจะรังเกียจชั้นไหม?

.

.

.

.

.

แสงแดดส่องลอดผ่านช่องหน้าต่าง กระทบลงบนเปลือกตา เรียวค่อยลืมตาขึ้น เป็นคืนที่นอนหลับได้เต็มอิ่มที่สุดในรอบเดือนนี้เลยก็ว่าได้  แถมยังรู้สึกเหมือนว่า ไข้ลดลงจนหายสนิทอีกต่างหาก  ยังไม่รวมถึงฝันดีเมื่อคืนด้วย

เรียวตื่นรับเช้าวันใหม่อยากสดชื่นก่อนจะค่อยๆ ลุกไปจัดการตัวเอง เตรียมตัวไปโรงเรียนเหมือนเช่นทุกวัน

 

วันนี้อะไรก็ดูสดใสไปหมดสำหรับเรียว อารมณ์ดีเป็นพิเศษ เพราะฝันดีเมื่อคืนแท้ๆ เดินมาถึงจุดรอเหมือนเช่นทุกวัน เวลาผ่านไปได้สักพัก ร่างบางก็เดินมาเหมือนทุกๆวัน แต่วันนี้เรียวกลับอารมณ์เป็นพิเศษ

“โย่...”เป็นเรียวที่เอ่ยทักขึ้น ร่างบางเงยหน้าขึ้นมอง ตกใจนิดหน่อยที่จู่ๆเรียวดันมาเป็นฝ่ายทักตัวเอง

“อ..อรุณสวัสดิ์  ไข้หายดีแล้วเหรอ?”ร่างบางถามกลับไป เมื่อเห็นท่าทางสบายสุดๆของอีกฝ่าย

“อื๊ม..หายสนิท..”เรียวออกเดินนำไปแล้วร่างบางก็เดินขึ้นมาขนาบข้างเหมือนเดิม แต่ก็ยังไม่กล้าสบตาเรียวตรงๆ

“วันนี้อากาศดีแหะ”เรียวพูดไปเหมือนไม่ได้สนใจเอาคำตอบเท่าไหร่  ยังไม่ได้สังเกตอีกฝ่ายที่เอาแต่ก้มหน้างุดๆ เพราะไม่รู้ว่าตอนนี้หน้าตัวเองแดงไปถึงไหนแล้ว

“อืม”ร่างบางเพียงขานรับเบาๆเท่านั้น แต่เรียวก็ไม่ได้สนใจอะไร เพราะวันนี้สิ่งรอบตัวอะไรมันก็ดูดีไปหมด...จนไม่ทันเห็นอีกคนที่ตอนนี้ อยากจะวิ่งหนีไปไหนต่อไหนแล้ว

“นี่...วันนี้ทำอะไรมากินเหรอ?”เรียวนึกอยากรู้ขึ้นมาซะงั้น...

“อ๊ะ..ก..ก็เป็น..หมูทอด”ร่างบางตกใจที่จู่ๆเรียวก็ยื่นหน้ามาใกล้...ก..ใกล้ขนาดนี้....ทั้งๆที่ปกติ เวลาที่ร่างบางก้มหน้าแล้วเรียวจะถาม เรียวก็ทำแบบนี้เสมอ  แต่ครั้งนี้กลับรู้สึกว่าเรียวยื่นหน้ามาใกล้เกินไป...

“เหรอ...นายดูแปลกๆนะ  หน้าแดงๆ”เรียวถามไปตรงๆ เพราะเห็นสีหน้าของอีกฝ่าย

“ร..เหรอ...คงเพราะ เดินมาเหนื่อยล่ะมั้ง” โกหกไปคำโต เดินมาไม่เคยเหนื่อยหรอก...เพิ่งมาแดงเอาตอนเจอเรียวนี่แหละ

“งั้นเหรอ...”เรียวไม่ได้สนใจจะถามต่อนอกหันกลับไปมองถามตามเดิม แล้วก็ไม่มีใครพูดอะไรอีก...

.

.

ที่โรงเรียนบรรยกาศดีขึ้นมาก เพราะมีเพื่อนๆคอยมะรุมมะตุ้ม ร่างบางจึงไม่ฟุ้งซ่าน...ทำให้อาการหน้าแดงของเมื่อเช้าหายไป  แต่ลึกในใจก็ยังรู้สึกกังวลกับเรื่องที่ทำลงไปอยู่....

 

หมูทอดวันนี้ก็ขายดีเมื่อวันที่ผ่านๆมา  เพราะไม่ว่าจะอะไร เพื่อนหัวโจกของร่างบางก็พาวันรุมกินโต๊ะเสมอ....จนเดี๋ยวนี้ทุกคนแทบจะห่อข้าวเปล่ามาโรงเรียนแทนการซื้อข้าวของโรงเรียนซะแล้ว...

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วสำหรับวันนี้ ร่างบางคลายความกังวลใจเรื่องเรียวไปบ้างแล้ว  ถ้าเกิดเรียวไม่รู้ ไม่มีใครรู้ เขาก็จะไม่บอกเรียว....จะเก็บไว้แบบนี้คนเดียว  เพราะนอกจากเขาแล้วก็มีแต่เรียวนี่แหละ...แต่ดีแล้วที่เรียวไม่รู้

เย็นวันนั้นทุกคนพากันไปทานไอศกรีมที่ร้านเปิดใหม่นั่น และแน่นอนว่าคนเดินข้างๆร่างบางตอนขึ้นสะพานลอยก็ไม่ใช่ใคร นอกจากเรียว...

“ไหวนะ?”เรียวหันกลับมาถามเพื่อความแน่ใจอีกที ก่อนจะได้รับคำตอบเป็นการพยักหน้าจากร่างบาง

ไหวสิ...ถ้าเกิดเป็นเรียวแล้ว ไหวแน่นอน...สะพานลอยไม่น่ากลัวเลย ถ้าเกิดมีเรียวเดินไปด้วยกัน...

 

วันนั้นที่ร้านไอศกรีมคึกรักเป็นพิเศษ เพราะมีกลุ่มเด็กหัวโจกไปนั่งแหกปากกันครบทีม ทำเอาเด็กนักเรียนคนอื่นที่มานั่งในร้านต้องพากันหนีไปหมด แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เด็กกลุ่มลดความน่ารำคาญลงเลยสักนิด...

“อ..เอ่อ..คือว่า..ช่วยเบาเสียงลดหน่อยได้ไหมฮะ?”เสียงนุ่มหูจนไม่น่าเชื่อว่าเป็นเสียงของเด็กผู้ชายดังมาจากด้านหลังทั้งกลุ่มหันกลับไปมองทันที

ฮิโรกิ ไอบะ ที่ดูเหมือนจะมีศักดิ์เป็นลูกของเจ้าของร้าน ที่ดูเหมือนว่าจะทำงานอยู่ที่นี่เหมือนกัน เข้ามาพูดด้วยท่าทางที่ดูยังไงยังไงก็กลัวคนกลุ่มนี้ชัดๆ

“หือ....”ท่าทางของเรียวขึ้นทันที  แน่สิเรียวไม่ชอบให้ใครมาสั่ง...

“เรียวจัง..อย่าเลยพวกเราเสียงดังไปจริงๆนั่นแหละ”เจ้าตัวเล็กหันไปเตือนเรียว ก่อนจะรีบหันไปหา ไอบะที่กำลังยืนหน้าซีดอยู่  น่ากลัว...

“ขอโทษนะ ไอจัง...เรียวจังเค้าก็เป็นแบบนี้แหละ แล้วพวกเราจะเบาๆนะ”เจ้าตัวเล็กยิ้มบอกอย่างอารมณ์ดี กับเพื่อนร่วมชั้นของตัวเอง ก่อนหันกลับไปเตือนเพื่อนๆในกลุ่มให้เบาเสียงลงหน่อย แล้วก็ดูท่าทางจะได้ผล...

“คาเมะ นายรู้จักคนนั้นด้วยเหรอ?”ชิโรตะ ที่มองตามเพื่อนของเจ้าตัวเล็กไปจนหายเข้าไปที่หลังเคาท์เตอร์ถามขึ้น

“อื๊ม เพื่อนร่วมชั้นน่ะ ฮิโรกิ ไอบะ แต่ชั้นเรียกไอจัง...ทำไมเหรอ”เจ้าตัวเล็กแนะนำเพื่อนตัวเองซะเสร็จสรรพตามนิสัยคนช่างพูด ก่อนจะถาม ยูกลับเสียงใส

“ป่าว...”ท่าทางเนียนได้โล่ ไม่มีใครจับได้หรอกว่าจริงๆแล้วน่ะ ยูแอบสนเด็กนั่นเข้าซะแล้ว....น่าตาน่ารักยังกับเด็กผู้หญิง ร่างกายอ้อนแอ้นไม่แพ้คาเมะเลย ทั้งยังยิ้มนั่นอีก....

เรียวไม่ได้พูดอะไรอีกนอกจาก ตักไอศกรีมเข้าปากจ้วงๆ ก่อนจะประกาศตัวว่าอิ่มแล้ว ทำเอาร่างบางต้องพลอยอิ่มตามไปด้วยเลย เพราะยังไงก็ต้องกลับพร้อมเรียว

“ขอโทษนะทุกคน ชั้นกับเรียวของตัวก่อนนะ เจอกันพรุ่งนี้พรุ่งนี้นะ”ร่างบาง วางเงินในส่วนของตัวเองแล้ว รีบเดินตามเรียวออกจากร้านไป

“นี่เรียว...หงุดหงิดอะไรเหรอ?”ร่างบางที่เดินตามทันถามออกไปอย่างสงสัย....เมื่อกี้ยังดีดีอยู่เลย

“ป่าว...แค่ไม่ชอบให้ใครมาสั่งน่ะ”เรียวตอบไปตรงๆ ว่าไม่ค่อยพอใจนักหรอกที่โดน เจ้าเด็กไอบะนั่นมาพูดแบบนั้นใส่น่ะ...

“เอาน่า เรียว...รีบกลับกันเหอะ”ร่างบางรู้ว่าตอนนี้ไม่ควรจะออกความเห็นอะไรนอกจากจะชวนเปลี่ยนประเด็นเท่านั้น

เรียวก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ นอกจากจะเดินไปเรื่อยๆ...

   เด็กๆยังคงเดินกลับบ้านกันเหมือนเช่นทุกวัน

เมื่อวานเป็นยังไง วันนี้กลับพรุ่งนี้ก็ยังคงเป็นเช่นนั้น....

แม้ว่าดอกไม้เล็กๆจะค่อยๆผลิบานขึ้นทุกวัน แต่ก็ไม่ได้รู้สึกถึง

 

ชีวิตวัยรุ่นน่ะมันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นเอง....

 

To be Continued